นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีลำปางและน่าน ที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้จากการสอบสวนโรคพบว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ เป็นชาวต่างชาติ และผู้ที่เดินทางมาจากกทม. และปริมณฑล มีความเกี่ยวข้องกับสนามมวย แล้วเข้ามาเที่ยวในสถานบันเทิงจังหวัดเชียงใหม่ จนทำให้เกิดการแพร่กระจายโรค ที่ผ่านมามีการคัดกรองคนไทยที่เดินทางมาจากกทม. 2 หมื่นคน ชาวต่างชาติ 2 พันคน สั่งให้กักตัวภายในบ้านพัก 1.5 หมื่นคน และมีผู้ที่ไม่สะดวกที่จะไปกักตัวที่บ้าน 21 คน ทั้งนี้มีกลไกของอสม. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและมหาดไทยติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ในพื้นที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ในส่วนของเวชภัณฑ์ ได้รับการสนับสนุน หน้ากากอนามัย 582,800 ชิ้นโดยสาธารณสุขจังหวัด จะบริหารจัดการกระจายไปยังโรงพยาบาลต่างๆเชื่อว่าข้อกังวลที่มีจะลดน้อยลงสำหรับหน้ากากชนิด n95 และชุดป้องกันPPE ซึ่งมีจำนวนไม่มาก ไม่สามารถสต๊อกได้นานเป็นเดือนแต่กระทรวงสาธารณสุขวางแผน ที่จะกระจาย ให้เป็นระยะๆ โดยหน้าการ n95 และชุดPPE และหน้ากากอนามัย 6 แสนชิ้น จะส่งถึงพื้นที่อีกรอบในวันพรุ่งนี้ (31 มี.ค.) ในส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าหน้ากาก n95 เหลือใช้ได้ไม่ถึง 1-2 สัปดาห์นั้นก็จะมีเพิ่มมากขึ้น
นพ.ธงชัย ยังกล่าวอีกว่า โรงพยาบาลในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนยังเตรียมห้องความดันลบหอผู้ป่วยหนัก 500 เตียงเครื่องช่วยหายใจ 1,000 เครื่องและเตรียมที่จะเช่าจากบริษัทเอกชนอีก 90 เครื่อง นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเตรียมให้โรงพยาบาลสันกำแพงเป็นโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง รองรับได้ 38 เตียงโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่รับได้ 58 เตียง และ ICU 20 เตียงโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวงเชียงรายก็จะขยายให้รับได้ 300 เตียง
"ไม่มีกักตัวพยาบาล สันกำแพง แค่เปิดแฟลตอำนวยความสะดวก"
ส่วนที่มีการโพสต์ข้อความว่ามีการกักตัวพยาบาลที่โรงพยาบาลสันกำแพง นพ.ธงชัย กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง โรงพยาบาลดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่พยาบาลไม่สะดวกที่จะเดินทางกลับบ้านก็เปิดให้เข้าพักได้ภายในแฟลตของโรงพยาบาล ใครที่สะดวกกลับบ้านก็สามารถทำได้ดังนั้นจึงไม่ใช่การกักบริเวณยกเว้นอาจจะมีการให้บริการที่ผิดพลาดเช่นหน้ากากหลุดหรือคนไข้ไอ ซึ่งอาจจะต้องมีการกักตัว แต่ยืนยันว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้เขตสุขภาพที่ 1 ยังเข้าไปให้การดูแลนักโทษในเรือนจำโดยมีการคัดแยกนักโทษเข้าใหม่ 2 สัปดาห์งดเยี่ยมคัดกรองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในเรือนจำ เพราะเห็นว่าจะเป็นจุดเสี่ยงสำคัญในการนำเชื้อโรคเข้าไปภายในเรือนจำ
"รับเชื้อมาก-ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไม่ดี ติดเชื้อตายได้"
นพ.ธงชัย ยังกล่าวถึงผู้เสียชีวิตอีก 2 รายล่าสุดรายว่า อาจเกิดจากปัจจัย 2 ด้าน 1.ร่างกายจัดการกับเชื้อโรคได้ไม่ดี จนกระทบอวัยวะสำคัญเช่น ปอดและไตจนทำให้อวัยวะอื่นๆล้มเหลวและ 2. ได้รับเชื้อเข้าไปในร่างกายในปริมาณมากทำให้มีโอกาสเชื้อโรคเข้าไปแพร่ในปอดมากกว่าในระยะอื่น จนทำให้ปอดอักเสบเสียชีวิต ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ประชาชนที่มีอาการ ไข้สูงเหนื่อยหอบรีบมาพบแพทย์พร้อมให้ประวัติข้อมูลตามความเป็นจริงอย่าปกปิดเพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างถูกต้อง และอาจมีเป็นไปได้ที่เชื้อโควิด-19 อาจมีนิสัยที่ไม่เหมือนกัน แม้ว่ายังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าเชื้อที่อิตาลีหรือจีนมีความแรงกว่ากันหรือไม่ จึงขอให้เว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโรค เพราะถ้าปล่อยให้โควิด-19 เกิดขึ้นแบบไม่ควบคุมสถานการณ์ก็จะยิ่งรุนแรงจึงต้องช่วยกันทำให้ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นแบบช้าๆ