"เนชั่น ทีวี" ได้สอบถามถึงกระบวนการตรวจประเมินทางนิติจิตเวชกับแพทย์หญิงดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ บอกว่า กระบวนการตรวจประเมินผู้ที่ก่อเหตุ จะเริ่มจากการนำตัวผู้ป่วยที่ก่อเหตุมาตรวจร่างกาย และตรวจสภาพจิตก่อน จากนั้นจะพิจารณารับไว้สังเกตอาการในโรงพยาบาล เพื่อประเมินอาการทางจิต โดยสหวิชาชีพที่เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด ก่อนจะนำเข้าไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตว่า ผู้ป่วยนั้นมีอาการวิกลจริตในขณะที่ลงมือก่อเหตุจริงหรือไม่ / ไม่ใช่การพิจารณาจากความเห็นของคนๆเดียว และนำความเห็นเสนอตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ส่วนการพิจารณาบทลงโทษนั้น หากช่วงที่ก่อเหตุผู้ลงมือกระทำมีสภาวะวิกลจริต ไม่รับรู้ความเป็นจริง ศาลมีโอกาสที่จะพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 โดยอยู่ในดุลพินิจของศาล
สำหรับ เหตุการณ์ของ "จิตรลดา" ที่เกิดขึ้น เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งบทเรียนให้กับวงการแพทย์และสาธารณสุข ไม่ต่างจากคดีของ "คิด เดอะ ริปเปอร์" ซึ่งเป็นบทเรียนให้กับแวดวงราชทัณฑ์ ซึ่งมุมมองส่วนตัวของผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า 3 สิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากเหตุการณ์นี้ คือ