สำหรับพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองหัวเขียวและป่าคลองเกาะสุย และเป็นพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีที่ปัจจุบันกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นผู้รับผิดชอบแทนกรมป่าไม้ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลบางริ้นและตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองจังหวัดระนองเดิมเป็นพื้นที่ป่าชายเลนเสื่อมสภาพที่ผ่านการทำเหมืองแร่มาก่อนโดยในปี พ.ศ. 2525 อบจ.ระนอง ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ ให้นำที่ดินไปจัดให้ราษฎรเช่าอยู่อาศัยและจัดให้เป็นย่านการค้าอุตสาหกรรมเนื้อที่242 ไร่ 2 งาน และในปี พ.ศ. 2529 ได้รับอนุญาตเพิ่มอีก 224ไร่ ส่วนเทศบาลเมืองระนองได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ เนื้อ 17 ไร่2 งานปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวได้เปลี่ยนเป็นพื้นที่ชุมชนเมืองเต็มรูปแบบทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมา อบจ.ระนอง ได้พยายามขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีที่ห้ามไม่ให้อนุญาตการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลนทุกกรณี แต่ยังไม่เป็นผล เนื่องจากติดเงื่อนไขการจ่ายเงินค่าปลูกป่าทดแทน20 เท่า ของพื้นที่ขอใช้ประโยชน์ ซึ่งอบจ.ระนอง มีงบประมาณไม่เพียงพอที่จะดำเนินการได้
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2561 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการในท้องที่จังหวัดระนอง พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดของราษฎรที่อยู่อาศัยและทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลนที่หมดอายุการอนุญาต จึงได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวระนองโดยเร็ว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลนชุมชนเมืองจังหวัดระนอง ขึ้น โดยมีอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธาน คณะทำงานฯ ดังกล่าว ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ และส่งมอบให้กระทรวงการคลังดำเนินการบริหารจัดการตามกฎหมาย
สำหรับข้อระเบียบกฎหมายที่ติดขัดให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งไปหารือร่วมกับกรมธนารักษ์ต่อไปต่อมาเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563นายยุทธพล อังกินันทน์ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมด้วยนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ประชุมหารือร่วมกับนายยุทธนา หยิมการุณอธิบดีกรมธนารักษ์นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระผู้ว่าราชการจังหวัดระนองหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้เสียกว่า 100คน เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองหัวเขียวและป่าคลองเกาะสุย(บางส่วน) เพื่อส่งมอบพื้นที่ให้แก่กรมธนารักษ์นำไปบริหารจัดการตามระเบียบ และล่าสุดเมื่อวันที่14 มีนาคม 2563 นายโสภณ ทองดีอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพร้อมด้วยนายอภิชัย เอกวนากุล ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน ได้ลงพื้นที่จังหวัดระนองอีกครั้งเพื่อเร่งรัดติดตามการสำรวจรังวัดและสำรวจข้อมูลผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวของเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งซึ่งได้เน้นย้ำและกำชับให้เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญและเร่งดำเนินให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
ทั้งนี้ ได้รายงานให้นายวราวุธศิลปอาชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและนายจตุพร บุรุษพัฒน์ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับทราบผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวระนอง พร้อมได้สั่งการให้กรมเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวระนองให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วที่สุดตนจึงได้สั่งหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งแก้ไขปัญหาตามแนวทางที่ได้หารือให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว
"ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้จะช่วยปลดล็อคการอยู่อาศัยแบบผิดกฎหมายมานานนับหลายสิบปีของพี่น้องประชาชนชาวระนองให้อยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและที่สำคัญการพัฒนาสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ไฟฟ้า ประปา ถนนหนทาง ตลอดจนการลงทุนต่าง ๆก็จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ในอนาคต ซึ่งนโยบายดังกล่าวนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยท่านรัฐมนตรีและท่านปลัดกระทรวงได้กำชับและเร่งรัดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ชาวระนอง"อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวยืนยัน