เนชั่นทีวี

ข่าว

CKPออกมาตรการเข้มสกัดโควิด-19พื้นที่โรงไฟฟ้าในไทย-ลาว

26 มี.ค. 2563 | orawan_jan

CKPออกมาตรการเข้มสกัดโควิด-19พื้นที่โรงไฟฟ้าในไทย-ลาว

CKP ออกมาตรการเข้มสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่โรงไฟฟ้าทั้งในประเทศและสปป.ลาว เพื่อสร้างความปลอดภัยให้พนักงาน ยืนยันไม่หยุดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าป้อนในช่วงฤดูร้อนนี้

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKPower) หรือ  "CKP"กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) ที่ระบาดไปทั่วโลกและมีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น CKPower ขอรับรองว่าโรงไฟฟ้าภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัททั้งใน สปป. ลาว และในประเทศไทย ได้แก่โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการที่ (BIC-1) และโครงการที่2  (BIC-2) รวมถึงโรงไฟฟ้าบางเขนชัยโซลาร์ ยังคงผลิตไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เต็มกำลังการผลิตโดยไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด

 

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการสกัดกั้นและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019รวมถึงเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานและพื้นที่โรงไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและสปป.ลาว บริษัทฯได้ออกแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับประกาศของกระทรวงสาธารณสุขไทย และสปป.ลาวโดยแบ่งเป็น มาตรการในพื้นที่โรงไฟฟ้า และมาตรการสำหรับพนักงานและผู้ปฏิบัติงานดังนี้

 

มาตรการในพื้นที่โครงการให้เขตพื้นที่โรงไฟฟ้าทุกแห่งของบริษัทฯ เป็นเขตหวงห้ามขั้นสูงสุดและจำกัดการเข้าออกอย่างเคร่งครัด ในขณะทำงาน หากพนักงานมีอุณหภูมิร่างกายเกิน 37.5องศาเซลเซียส มีไข้ ไอ คัดจมูก เจ็บคอ หายใจติดขัด เป็นหวัด ให้รีบพบแพทย์ในโครงการโดยด่วนจำกัดการเข้า-ออกของบุคคลภายนอก หากเป็นกรณีฉุกเฉินและจำเป็นให้ผู้จัดการโรงไฟฟ้าเป็นผู้พิจารณาเป็นกรณี ๆ แต่จะต้องผ่านการตรวจร่างกายจากแพทย์ประจำโรงไฟฟ้าก่อนและให้งดการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมทุกประเภทภายในโรงไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด

 

มาตรการสำหรับพนักงานรวมถึงพนักงานสัญญาจ้าง หรือผู้รับเหมาประจำ ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัทฯและบริษัทในเครือทุกคน ให้ปฏิบัติ ดังนี้

1.ให้พนักงานงดการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อธุรกิจและเพื่อส่วนตัวทั้งหมดและยกเลิกการลาหรือการเดินทางไปต่างประเทศที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้

2. กรณีที่ได้รับอนุมัติการเดินทางหรือมีคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวที่พักอาศัยอยู่ด้วยกันเมื่อเดินทางกลับจากต่างประเทศพนักงานจะต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันทีที่ทราบและให้ปฏิบัติงานจากที่บ้าน(Work from home) เป็นเวลา 14วัน โดยต้องส่งรายงานสุขภาพแก่ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทุก ๆ วันเมื่อถึง 14 วัน ตามกำหนดพนักงานต้องแสดงใบรับรองแพทย์ล่วงหน้าก่อนกลับเข้าทำงานอย่างน้อย 1วัน

3. กรณีพนักงานสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อCOVID-19 และผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศผู้ที่มีประวัติเดินทางหรืออยู่ในบริเวณที่มีการระบาดให้แจ้งต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันทีและให้พนักงานส่งรายงานสุขภาพต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นเวลา14 วันนับตั้งแต่วันที่แจ้งและให้ปฏิบัติงานจากที่บ้าน (Work from home)

4. กรณีที่พนักงานมีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเช่น มีไข้ ไอ เป็นหวัดให้พนักงานแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาและพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านหรือพบแพทย์ทันทีและหากกรณีพนักงานที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงหรือแพทย์มีความเห็นว่าต้องได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสCOVID-19 ให้แจ้งต่อผู้บังคับบัญชาและฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันที

5. พนักงานตั้งครรภ์มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงหากติดเชื้อสามารถปฏิบัติงานจากที่บ้านได้

6. สำหรับพนักงานที่ผ่านการคัดกรองจากทางโรงพยาบาลว่าสมควรต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อ COVID-19หรือพบว่าติดเชื้อและต้องเข้ารับการรักษาสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อและค่ารักษาพยาบาลจากทางบริษัทฯได้เต็มจำนวนเป็นกรณีพิเศษโดยไม่รวมกับวงเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิกรณีอื่นนอกเหนือจากนี้สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามสิทธิ

7. พนักงานต้องเปิดเผยข้อมูลหากมีการเดินทางการสัมผัส ติดต่อ หรือใกล้ชิดผู้ป่วย ให้ทางบริษัทฯ รับทราบ

8. ขอให้พนักงานงดจัดและเข้าร่วมกิจกรรมการสังสรรค์กีฬา และกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่ม

9.พนักงานสัญญาจ้างหรือผู้รับเหมาประจำที่ปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัทฯและบริษัทในเครือให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดขึ้นเช่นเดียวกับพนักงาน

 

นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัทฯได้เริ่มให้พนักงานปฏิบัติงานที่บ้านโดยสลับกันทำงานในอัตราส่วน 70:30เพื่อลดความเสี่ยงต่อพนักงานและครอบครัวของพนักงานตามแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หรือ BCP ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าทุกแห่ง นอกจากนี้พนักงานทุกคนยังต้องตรวจวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเข้าอาคารและจะต้องสวมหน้ากากป้องกันตลอดเวลาทำงาน

 

"บริษัทฯ ขอรับรองว่าโรงไฟฟ้าทุกแห่งภายใต้การบริหารของ CKPower สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเพื่อป้อนให้แก่ประชาชนทั้งในประเทศไทยและ สปป.ลาว ในช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูง อย่างแน่นอนในการนี้ ผมขอส่งกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยและลาว แพทย์ พยาบาลทุกท่านขอให้ร่วมกันฟันฝ่าช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้อย่างประสบผลสำเร็จ บริษัทฯพร้อมจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน" นายธนวัฒน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด