จากกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีได้เตรียมมาตรการต่างๆ เสนอให้กับคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 16 มี.ค.นี้ เพื่อพิจารณา ทั้งประกาศเขตโรคติดต่อร้ายแรงเพิ่มขึ้น , บังคับใช้มาตรการที่ทำให้แพร่ระบาดลดลงให้ได้มากที่สุด เช่น งดกิจกรรมด้านกีฬา ดนตรีที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันหรืออยู่กันเป็นกลุ่ม ส่วนจากการตรวจพบมีกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อไปเที่ยวตามสถานบันเทิงนั้น เรื่องนี้เตรียมเสนอสั่งปิดสถานบันเทิงทั่วประเทศแบบไม่มีกำหนดจนกว่าความปลอดภัยจะเกิดขึ้น ซึ่งจะนำมาตรการต่างๆ เสนอที่ประชุมและคาดว่าจะมีข้อสรุปดังกล่าว โดยจะควบคุมให้อยู่ภายใต้ของประกาศ พ.ร.บ.โรคติดต่ออันตราย 2558 ควบคู่กับ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
นายดำรงเกียรติ พินิจการ เลขาสมาคม อุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวด้วยว่า จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดอยู่ทั่วทุกพื้นที่และได้มีการเสนอปิดสถานบันเทิงนั้นส่วนตัวมองว่าเมืองพัทยามีผลกระทบแน่นอนถึงการเสนอเรื่องปิดสถานบันเทิงทั่วทั้งประเทศ และหากเป็นมติประชุมเห็นด้วยทางผู้ประกอบการเองก็ต้องให้ความร่วมมือ โดยมูลเหตุนั้นมาจากในกรุงเทพมหานครหลังที่ได้ดื่มเหล้าแก้วเดียวกันและสูบบุหรี่มวนเดียวกันนั้นแล้วเกิดติดเชื้อโควิด-19 จนเป็นกระแสให้ผู้คนนั้นต่างพากันกลัวและไม่ออกมาเที่ยว ซึ่งตรงจุดนี้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงก็ได้รับผลกระทบตรงๆอยู่แล้ว และยังมีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นทุกวันด้วยบวกกับกลุ่มลูกค้าเองและพนักงานต่างก็พากันวาดระแวงถึงการระบาดของไวรัสโควิด-19 จากข่าวภายในกรุงเทพฯเองก็ผู้ประกอบสถานบันเทิงบางเจ้าในกรุงเทพฯ ต่างพากันปิดตัวไปบ้างแล้ว โดยส่วนตัวนั้นหากถึงขั้นต้องปิดจริงก็อยากให้ปิดทั่วทั้งประเทศ ในส่วนไหนที่มีการชุมนุมหรือสถานที่ต้องมีคนออกมาเที่ยวเยอะๆ ก็ถือมีความเสี่ยงด้วยเช่นกันแต่ถ้าต้องปิดจริงๆทางผู้ประกอบการเองก็คงไม่ติดขัดอะไรมากและก็ต้องให้ความร่วมมือ