เนชั่นทีวี

ข่าว

กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน-ตาก ยื่นหนังสือ​ กมธ.บริหารจัดการน้ำ ค้านโครงการผันน้ำลงเขื่อนภูมิพล

14 มี.ค. 2563 | tanpisit_ler

กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน-ตาก ยื่นหนังสือ​ กมธ.บริหารจัดการน้ำ ค้านโครงการผันน้ำลงเขื่อนภูมิพล

กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน-ตาก ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ คัดค้านโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล เหตุกระทบวิถีชุมชนและทรัพยากร ชูมติ ครม. ฟื้นฟูวิถีชีวิตกะเหรี่ยงเป็นแนวทางจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วานนี้ (13 มี.ค. 63) ชาวปกาเกอะญอเครือข่ายการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำยวม-เมย-เงา-สาละวิน ได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร ณ บ้านสบเงา ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อคัดค้านโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดต่าง ซึ่งจะสร้างผลกระทบให้ชุมชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างน้อย 36 ชุมชนไพโรจน์ พนาไพรสกุล ชุมชนบ้านท่าตาฝั่ง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีผืนป่ามากที่สุดในประเทศ แต่กำลังได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติเกี่ยวกับป่าไม้สามฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ, พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ.2562 นอกจากนั้นขณะนี้ยังมีโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล ที่สร้างความกังวลใจให้ชุมชนเป็นอย่างมาก

"ทรัพยากรน้ำ ชุมชนต้องใช้น้ำในการอุปโภคบริโภค และหาปลา แต่ว่าตอนนี้มีโครงการขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะสร้างเขื่อนลุ่มน้ำยวม เมย เงา และสาละวิน และโครงการผันน้ำ ส่งท่อไปยังเขื่อนภูมิพล เป็นปัญหาของชาวบ้าน พื้นที่ต่างๆ ที่เกิดเหตุการณ์และมีโครงการแบบนี้ จะทับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ แต่ชาวบ้านไม่สามารถสะท้อนไปที่หน่วยงานต่างๆ ได้ เพราะเขาบอกว่าเราอยู่ในป่า ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เราจึงไม่เห็นด้วยกับโครงการเหล่านี้" ผู้แทนผู้ได้รับผลกระทบกล่าว

ด้าน คำพอง เทพาคำ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยมีเขื่อนที่สร้างแล้ว 35 แห่ง ซึ่งทุกโครงการสร้างผลกระทบอย่างหนักต่อชุมชน เช่น เขื่อนปากมูล เขื่อนลำดวงน้อย และเขื่อนสิริกิติ์ ทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระดับภาค ผลดีที่ได้จากโครงการจึงไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไป เช่นเดียวกันหากเกิดโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของเขื่อนภูมิพล ชุมชนที่นี่ก็จะได้รับผลกระทบและถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

"ถ้าเขื่อนที่นี่เกิดขึ้น จะกระทบกับป่า กระทบกับสายน้ำ ตาน้ำ ต้นน้ำ และที่สำคัญคือวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่จะเปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิง ผู้ที่มีสิทธิอาจไม่ได้สิทธิ เช่น มีสัญชาติควรจะได้สิทธิใช่ไหม แต่ไม่ได้ หรือผู้ที่ไม่มีสัญชาติเลยก็จะถูกถอนสภาพความเป็นคนออกไปอย่างสิ้นเชิง ถ้าสร้างเขื่อนโดยการผันน้ำจากสาละวิน จีนจะลงทุนให้ 1 แสนล้าน แล้วไปผันลงที่เขื่อนภูมิพล ไปหล่อเลี้ยงกรุงเทพฯ ภาคกลาง พวกกลุ่มทุนยอมไม่ได้เด็ดขาด เขาไม่ยอมให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลชุดนี้ เพราะเขามีความสัมพันธ์กันแนบแน่นในการประคับประคองให้รัฐบาลยังอยู่ เพื่อจะให้ตัวเองเป็นทุนใหญ่ที่สุด" รองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าว

ส่วน มานพ คีรีภูวดล ชาวปกาเกอะญอผู้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่า ชุมชนชาวกะเหรี่ยงมีเครื่องมือในการต่อสู้สำคัญ คือมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ที่คุ้มครองสิทธิของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงหรือปกาเกอะญอ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิในการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ตามองค์ความรู้และภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน"เครื่องมือที่พวกเราทุกคนมีอยู่คือ มติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยแนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ปัญหาคือ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยนำไปปฏิบัติการในพื้นที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเลย ผมคิดว่าแนวร่วมสำคัญคือควรสามัคคีกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับพื้นที่ในการทำข้อมูล หมายถึงเจ้าหน้าที่ที่ดีๆ นะครับ ไม่ใช่คนที่ละเมิดสิทธิพี่น้องชาวบ้าน" มานพเสนออภิชาติ ศิริสุนทร รองประธานกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การจัดการน้ำของรัฐไทยเป็นโมเดลแบบตะวันตกที่ผ่านการถอดบทเรียนไปแล้ว ว่าได้ไม่คุ้มเสียและสร้างผลกระทบอย่างมหาศาล แต่รัฐไทยยังงมงายคิดว่าเป็นนวัตกรรมในการจัดการน้ำ ทั้งที่ชุมชนมีองค์ความรู้และภูมิปัญญาของตนอยู่แล้ว แต่รัฐก็ไม่ได้ให้ความสำคัญ ฉะนั้นจึงต้องแก้ปัญหาที่โครงสร้างอำนาจในการจัดการทรัพยากรให้ชุมชนมีสิทธิในการจัดการด้วยตนเอง ในกรณีชุมชนชาติพันธุ์นั้น ตนยืนยันว่าควรผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป

"ผมดีใจที่ได้เห็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ที่เป็นกฎหมายของพวกเราเอง ลองดูกฎหมายอุทยานฯ ใหม่ ที่ไม่ได้เพิ่มอำนาจให้พี่น้องเลย แต่ไปเพิ่มอำนาจให้กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ เราต้องพูดให้เสียงดังๆ หมายถึงว่าเครือข่ายทุกองคาพยพต่อไปนี้ทั่วประเทศ ต้องร้อยรักและพูดเสียงดังๆ ว่า ถึงเวลาที่จะต้องกระจายอำนาจในการจัดการทรัพยากรให้พวกเราแล้ว อย่างร่าง พ.ร.บ. นี้ ที่เราเขียนจากประสบการณ์และวิถีชีวิตที่สั่งสมมายาวนาน เพื่อให้พวกเรามีสิทธิ มีเสียง รัฐเขาบอกว่า ทรัพยากรเป็นของรัฐ เขาก็ขีดเขียนกฎหมายขึ้นมาเพื่อให้อำนาจรัฐในการจัดการ เขาจะกีดกันพวกเราออกจากวงจรของอำนาจ วันนี้พวกเรามาถูกทางแล้วที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ และผมจะเป็นคนแรกที่ลงนามสนับสนุน" อภิชาติย้ำ

อนึ่ง โครงการอุโมงค์ผันน้ำลงเขื่อนภูมิพลนั้นมีความเป็นมาตั้งแต่ปี 2520 จนเป็นรูปเป็นร่างเมื่อปี 2535 มีการศึกษาแนวทางการผันน้ำอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะการศึกษาความเหมาะสมของโครงการและรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในปี 2546 ต่อมาในช่วงปี 2560-2562 กรมชลประทานได้จัดทำรายงานการศึกษาความเหมาะสมของโครงการและรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมพร้อมกับออกแบบโครงการแนวส่ง ในชื่อ "โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดตาก" ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ ตำบลแม่วะหลวง จังหวัดตาก ตำบลแม่สวด ตำบลกองก๋อย และตำบลสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน, ตำบลนาเกียน ตำบลอมก๋อย อำเภอฮอด และตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รวมหมู่บ้านที่อยู่ในบริเวณโครงการทั้งที่เป็นอ่างเก็บน้ำ สถานีสูบน้ำ จุดกองวัสดุ และอุโมงค์แล้วประมาณ 36 หมู่บ้าน

ข่าวล่าสุด