เนชั่นทีวี

ข่าว

รัฐควัก 5.1 พันล้าน 'ตรึง' ค่าไฟ 4 เดือน

13 มี.ค. 2563 | rattana

รัฐควัก 5.1 พันล้าน 'ตรึง' ค่าไฟ 4 เดือน

คมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือกกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. ระบุ กกพ.มีมติคงอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่าเอฟที สำหรับการเรียกเก็บงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2563 จำนวน -11.60 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.64 บาทต่อหน่วย ต่ออีก 4 เดือน ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด 19 ซึ่งได้ใช้เงินจากค่าบริหารจัดการลงทุนที่ไม่เป็นไปตามแผนของการไฟฟ้าประมาณ 5,120 ล้านบาท เข้ามาบริหารจัดการเพื่อตรึงค่าเอฟที
หากไม่ทำอะไรเลย ค่าไฟฟ้าเอฟที จะติดลบ 3.57 สตางค์ต่อหน่วย แต่เนื่องจากมีนโยบายจะดูแลค่าเอฟที ไว้ที่ติดลบ 11.60 สตางค์ต่อหน่วย จึงต้องใช้เงิน 5,120 ล้านบาทมาดูแล
สำหรับปัจจัยในการพิจารณาค่าเอฟที ในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคมนี้ พบว่า ความต้องการพลังงานไฟฟ้า เท่ากับ 69,920 ล้านหน่วย ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนมกราคม-เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเท่ากับ 65,724 ล้านหน่วย หรือ เพิ่มขึ้น 6.38% เนื่องจากเข้าสู่ฤดูร้อน
ส่วนนโยบายภาครัฐที่ให้ลดอัตราค่าไฟฟ้าลง 3%หรือราว 10-11 สตางค์ต่อหน่วยเป็นเวลา 3 เดือน ช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2563 เพื่อลดภาระให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพนั้น กกพ.ยังต้องหารือกับ 3 หน่วยงานการไฟฟ้า เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เบื้องต้นคาดว่าจะต้องใช้เงินเข้ามาดูแลอีกไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท โดยจะได้ข้อสรุปก่อนชำระค่าไฟฟ้าในรอบบิลเดือนเมษายนนี้
ขณะที่มาตรการการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา กกพ. จะหารือกับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในวันนี้ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และรูปแบบการคืนเงินประกัน แนวทางปฏิบัติ ขั้นตอนการขอรับเงินคืนคาดว่าจะเริ่มทยอยคืนเงินประกันสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มแรก คือ กลุ่มที่มีชื่อตรงกับการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้าและมีประวัติการชำระค่าไฟฟ้าตรงเวลา ได้ภายในเดือนมีนาคมนี้

ข่าวล่าสุด