ด่วน!! ไทยพบ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 6 ราย!
11 มี.ค. 2563 | Nattawut

วันนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งพบว่า ไทยมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 6 ราย
ข่าว
11 มี.ค. 2563 | Nattawut

วันนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) ซึ่งพบว่า ไทยมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 6 ราย
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค. เปิดเผยสถานการณ์โควิด -19 พบ ผู้ป่วยโควิด-19เพิ่ม 6 ราย. // รายแรก ชายอายุ 21 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ทำงานภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เริ่มป่วย 8 มีนาคม อาการ ไข้ น้ำมูก ปวดศีรษะ ตรวจห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง ยืนยันติดเชื้อ รักษาที่รพ.สังกัดกทม. // รายที่ 2 ชายไทยอายุ 40 ปี ทำงานที่สนามบินสุวรณ เริ่มป่วย 7 มีนาคม อาการไข้ ไอ มีเสมหะ เข้ารับการรักษาที่รพ.เอกชน เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ตรวจห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง พบเชื้อ
โดยทั้ง 2 คน มีประวัติทำงานเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากการสัมผัสสิ่งของผ่านจากนักท่องเที่ยว ซึ่ง 2 รายนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรงรายที่ 3 ชายไทย อายุ 25 ปี พนง.บริษัทแห่งหนึ่ง เริ่มป่วยเป็นไข้ ปวดกล้ามเนื้อ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. เข้ารับการรักษารพ.เอกชน พบปอดอักเสบ เข้ากับนิยาม ปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร //รายนี้สอบสวนโรค พบว่า ทำงานเป็นวิศวกร มีประวัติเดินทางไปในพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติจำนวนมาก ซึ่งหลายจุดที่ผู้ป่วยรายนี้เดินทางไป เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม แต่จากการเฝ้าระวังผู้ร่วมงาน ยังไม่พบว่ามีใครป่วย
รายที่ 4 หญิงไทย อายุ 27 ปี กลับมาจากเกาหลีใต้ เข้ารพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ด้วยอาการไข้ ไอ น้ำมูก เมื่อ 8 มีนาคม พบเชื้อ ส่งตัวมารักษาต่อที่ รพ.นพรัตน์ราชธานี เมื่อวานนี้ มีประวัติเดินทางกลับจากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่ประกาศเป็นเขตพื้นที่โรคติดต่ออันตราย
รายที่ 5 ชายไทย อายุ 40 ปี กลับจากญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 25 ก.พ. เกิดอุบัติเหตุที่ญี่ปุ่น ล้มแล้วกระดูกข้อมือแตก เมื่อกลับมาเข้ามารับการรักษาที่รพ.เอกชน ตรวจผลห้องปฏิบัติการพบเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคโควิดและรายที่ 6 ชายสิงคโปร์อายุ 36 ปี เป็นเจ้าของกิจการในกทม. เริ่มป่วย 6 มีนาคม อาการไอ ไข้ ปวดเนื้อ ตามตัว และมารับการรักษาที่รพ.เอกชน เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ผลตรวจเป็นบวก จึงส่งต่อมาสถาบันบำราศนราดูร โดยรายนี้เป็นชาวต่างชาติ ไปมาหาสู่ติดต่อกับคนชาติเดียวกัน และชาติอื่น แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าติดต่อจากใครส่วนกรณีพนักงานแกร็บ จากการสอบสวนโรค พบว่า เดินทางมาทำงานที่ไทยวันเดียวในวันที่ 5 มีนาคม และกลับไปวันที่ 6 มีนาคม และเริ่มมีอาการวันที่ 7 มีนาคม หากมองจากภาพรวม คาดว่า น่าจะอยู่ในระยะฟักตัว และได้รับเชื้อก่อนหน้านั้น เพราะมีประวัติเดินทางไปประเทศอังกฤษด้วย. ขณะที่ ผู้สัมผัสซึ่งเป็นผู้ร่วมงาน 84 คน ไม่พบใครป่วย หรือ ติดเชื้อ จึงสรุปได้ว่าไม่ได้ติดเชื้อจากประเทศไทย
นายแพทย์โสภณ ยืนยันว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในไทย ยังอยู่ในระยะที่ 2 คือ เป็นการติดต่อจากเคสต่างประเทศมายังคนไทยและยังเป็นการติดเชื้ออย่างจำกัด รวมทั้ง ติดตามต้นตอของการแพร่เชื้อได้
ยอดรวมของผู้ติดเชื้อโควิด-19ในประเทศไทย อยู่ที่ 59 คน รักษาหายแล้ว 34 คน อยู่รพ. 24 คน เสียชีวิต 1 คน จะเห็นได้ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากการขยายการเฝ้าระวัง ทำให้การสอบสวน ควบคุมการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น เป็นไปอย่างมีประสิทธิาพมากขึ้น
ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรค ได้เพิ่มประเทศสเปน เป็นอีก 1 ประเทศเสี่ยง ที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด ผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศนี้ เมื่อกลับมาไทยแล้ว แนะนำให้กักตัวเอง แยกตัวเฉพาะ แยกสำรับอาหาร วัดไข้ทุกวัน หมั่นสังเกตอาการ หากมีไข้ รีบพบแพทย์ทันที และยังขอความร่วมมือเลี่ยงการเดินทาง เพื่อไม่ให้เสี่ยง แต่หากต้องเดินทางควรระมัดระวังให้มากขึ้น ไม่ไปรพ.ในประเทศนั้นๆ โดยไม่จำเป็น ล้างมือบ่อยๆ เป็นต้น
ส่วนกรณีแรงงานนอกระบบเกาหลีใต้ที่ฐานทัพเรือสัตหีบตอนนี้มี 241 คน เป็น ผู้ชาย 104 คน ผู้หญิง 137 คน โดยในกลุ่มนี้มีกลุ่มที่ร้องดูแลเป็นพิเศษคือ หญิงตั้งครรภ์ 6 คน เด็กเล็ก 5 คน และคนที่มีโรคประจำตัว 18 คน ทุกคนตอนนี้มีอาการดีไม่มีไข้ แต่ก็ต้องอยู่เฝ้าระวังโรคต่อไปจนกว่าจะครบกำหนด 14 วัน
กรณีเรื่องการใช้หน้ากากอนามัย ทางอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ บอกว่า. หน้ากากN95 เหมาะกับบุคลากรทางการแพทย์ และหน้ากากอนามัย เหมาะสำหรับผู้มีอาการป่วยทางเดินหายใจและบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนหน้ากากผ้า จะเหมาะกับคนที่ความเสี่ยงต่ำ ประชาชนที่ไม่ป่วย.
ส่วนกระแสข่าวที่ว่าหน้ากากผ้าจะมีสามารถป้องกันได้จริงไหม ทางกรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ได้รับมอบหมายนโยบายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ไปศึกษาว่าหน้ากากผ้าป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้หรือไม่. จึงได้นำผ้าฝ้ายดิบ ผ้าฝ้ายมัสลิน ผ้านาโน และผ้าสารู มาทดสอบโดยใช้มาตรฐานเหมือนกับหน้ากากอนามัยและหน้ากากN95 มาเปรียบเทียบ. ว่า หน้ากากผ้าจะป้องกันได้หรือไม่ได้อยู่ที่อนุภาคขนาดเล็กผ่านหน้ากากได้มากแค่ไหน / การซึมผ่านน้ำและอองฝอย / สามารถซักได้หลายๆครั้ง / สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ราคาไม่แพง กรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ใช้ 4 หลักเกณฑ์นี้ในการทดสอบ พบ อนุภาคขนาดเล็กที่ผ่านพบว่า ผ้าฝ้ายดิบ /ผ้าฝ้ายมัสลิน / ผ้านาโน มีคุณสมบัติป้องกันอนุภาคขนาดเล็กได้ดี แต่ที่ป้องกันดีที่สุดคือ ผ้านาโน ผ้าฝ้ายมัสริน ถ้ามี2ชั้นก็จะยิ่งดีจะมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับหน้ากากอนามัย // การดูแลเรื่องของการซึมผ่านน้ำ พบ ผ้าสารู ผ้าฝ่ายมัสลิน มีคุณสมบัติกันน้ำได้ดีกว่า ผ้านาโน ผ้านฝ้ายดิบ // ส่วนการนำไปซักล้าง พบว่า ซักผ้านาโน 10 ครั้ง เส้นใยเริ่มเสื่อมสภาพลง. แต่ผ้าฝ้ายมัสลิน ผ้าสารู ซักไป100ครั้งคุณสมบัติยังดี
ดังนั้นการกรองคุณภาพขนาดเล็ก การป้องกันซึมผ่านละอองน้ำ การนำไปซักล้างใหม่หลายๆครั้ง ผ้าที่ดีที่สุดคือ ผ้าฝ้ายมัสลิน หาซื้อได้ง่าย มีความเหมาะสมที่จะทำหน้ากากผ้ากับสถานการณ์ปัจจุบันนพ. ณรงค์ อภิกุลวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์บอกว่าผู้ป่วยที่ดูแลที่รับมาตากโรงพยาบาลเลิดสิน มาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถีขณะนนี้ไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่ต้องอยู่ใน ขั้นตอนการฟื้นฟูร่างกายและรอกลับบ้าน ส่วนในเรื่องของยา ฟาวิพิราเวียร์ ที่เราได้รับมาขนาดนี้ในข่วงเที่ยงของวันนี้มีการประชุมในการกำหนดหลักเกณฑ์การให้ยาชนิดนี้ที่จะนำไปใช้ให้เหมาะสมและจะมีการกระจายยาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมในส่วนของกรุงเทพมหานครโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและเขตสุขภาพต่างๆ