หลังจากลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ได้สวมกอดพ่อ แม่ ต้องนั่งท้ายรถกระบะ และกลับถึงบ้านก็ไม่ได้เข้าบ้านที่เคยพักอาศัยมาตั้งแต่เด็ก ต้องไปพักกักตัวเองในบ้านหลังน้อย(ดูเหมือนกระต๊อบ) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ covid-19 ที่มีรั้วรอบขอบชิด ไฟฟ้าไม่มีเข้า(ปัจจุบันมีแล้ว) ห้องน้ำก็ไม่มี กลางวันแดดก็ร้อนมาก ต้องปรับสภาพตัวเองทุกอย่าง ในยามว่างก็เก็บสิ่งของทำความสะอาด รดน้ำ ปลูกต้นไม้ ซึ่งสาวแรงงานไทยคนนี้กลับมีแนวคิดและเป็นแบบอย่างให้กลับสังคมที่ต้องมีสำนึกและรับผิดชอบร่วมกัน ในสภาวะการระบาดของเชื้อ covid-19
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านไม่มีเลขที่ ม.3 บ้านโคกหนามแท่ง ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี พบนางสาวชไมพร เดชยศดี (น้องนก) อายุ 27 ปี สาวแรงงานไทย เจ้าของเฟสบุ๊ค ชื่อ MissyNok Chamaiporn ในสภาพร่างกายแข็งแรง มีความสดใสร่าเริง และ ได้สอบถามว่า หลังจากตนเองได้โฟสต์ลงในเฟสบุ๊ค หลังกลับจากการประเทศเกาหลี แล้วลงเครื่องบินมาเพื่อเดินทางกลับบ้าน ตนเองคิดอย่างไรกับโรคไข้หวัด โควิด covid-19 เราต้องอยู่ห่างจากคนอื่น เพราะโรคชนิดนี้ เป็นโรคติดต่อทางลมหายใจ เมื่อมีคนเยอะๆๆก็สามารถ ติดต่อไปถึงผู้อื่นได้ สำหรับตนเองนั้น ได้รับแหล่งความรู้จากโลกโซเชียลและตามเฟสความรู้ต่าง ๆๆ เพื่อป้องกันและไม่ให้ระบาด หลังจากนั้นได้พูดคุยกับพ่อและแม่ว่าหลังลงเครื่องบินมาแล้วให้ทำการเตรียมการหาสถานที่ ที่จะทำการวางแผนกักตัวเองอยู่คนเดียวโดยไม่มีผู้ใดเข้าใกล้หรือคลุกคลี
โดยเฉพาะคนในครอบครัวและเพื่อนบ้าน ในส่วนของตนอยู่วันนี้มาเป็นวันที่ 7 แล้วก็ยังแข็งแรงดี แต่ก็ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ สำหรับวันนี้ทุกวันทำกิจกรรมเช่น ขุดดิน ปลูกผัก รดน้ำ ต้นไม้ สำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรืออนามัยของอำเภอเมืองสระบุรี ก็ได้โทรมาสอบถามถามว่า อาการเป็นอย่างไร เป็นไข้ไหม ทางเราก็ตอบไปว่า แข็งแรงดี ไม่มีไข้ ก็ก็ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับไว้ ถ้ามีปัญหาก็จะส่งเจ้าหน้าที่มาดูแล สำหรับน้องนก อยากจะบอกว่า ให้พี่ ๆ น้องๆที่เดินทางกลับจากประเทศให้เราร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเป็นไปได้ให้กักตัวเองอยู่กับบ้านประมาณ 14 วันตามที่คำชี้แนะของเจ้าหน้าที่ และหาความรู้ตามเพจ เฟสบุ๊ตที่ให้ความรู้ในเรื่องโรคไข้หวัด โควิด covid-19