(6 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ที่ รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีนักศึกษาติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เป็นรายแรกของจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากที่ นพ.กิตติ รัตนสมบัติ ผอ.รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้ออกแถลงการณ์ รพ.ท่าศาลา ฉบับที่ 2 เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยประชาชนชาวท่าศาลาและประชาชนทั่วไปยังหวาดผวาวิตกกังวลอย่างหนักกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมองว่า ผอ.รพ.ท่าศาลา พยายามจะปกปิดข้อเท็จจริง ทำให้การเตรียมการป้องกันเป็นไปอย่างไร้ประสิทธิภาพ อาจจะทำให้บุคคลกลุ่มเสี่ยงเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนเมื่อตอนเช้าวันเดียวกันนี้ นพ.กิตติ รัตนสมบัติ ผอ.รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณะภัย เทศบาลตำบลท่าศาลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงเข้ามาฉีดล้างพื้นและอาคารสถานที่ ซึ่งจุดเสี่ยงภายใน รพ.ท่าศาลา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรของ รพ.และประชาชนทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการใน รพ.ท่าศาลา โดยพบว่าบุคลากรของ รพ.ท่าศาลาได้สวมหน้ากากอามัยทุกคนตลอดเวลา ในขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณะภัยที่นำรถดับเพลิงเข้ามาฉีดล้างภายใน รพ.ท่าศาลา ตางก็ป้องกันเชื้อโรคด้วยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเช่นกัน ส่วนบุคคลภายนอกที่ยังหวาดวิตกในเรื่องนี้เข้าไปในบริเวณ รพ.ท่าศาลาน้อยมาก ๆ
หลังจากนั้น นพ.กิตติ รัตนสมบัติ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของ รพ.ท่าศาลา เพื่อให้นโยบายในการปฏิบัติหลังจากทราบผลการตรวจนักศึกษาและพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิท 19 โดยกำชับให้แพทย์ พยาบาล พนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องสวมหน้ากากอานามัยตลอดเวลา และให้ยึดถือปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลอย่างเคร่งครัดทุกขั้นตอน โดยนำหลักการควบคุมป้องกันโรค ซึ่งขอให้ทุก ๆ คนจะต้องถือเสมือนว่าเชื้อโรคมีอยู่ในตัวคนทุก ๆคนทุก ๆที่ ซึ่งนอกจากการสวมหน่ากากอนามัยตลอดเวลาแล้วให้ล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้มือจับสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น การสวมหน้ากากอนามัยในที่แออัดหรือเมื่อเป็นหวัด การกินของร้อนและใช้ช้อนกลาง เป็นวิธีปฏิบัติในการป้องกันโรค ซี่งถ้าทุกคนปฏิบัติตามนี้ก็จะป้องกันโรคได้ ซึ่งในความเป็นจริงเราจะไม่ทราบเลยว่าที่ไหนจะมีเชื้อโรค โดยตัวของ นพ.กิตติ เองก็จัดอยูในบุคลากรกลุ่มเสี่ยงเพราะเป็นคนตรวจร่างกายนักศึกษาที่ติดเชื้อเป็นคนแรกและอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นเวลานาน