และเป็นการประกาศความพร้อมที่ดีของประเทศไทยในการขยายตลาดการท่องเที่ยวไปสู่ธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) ที่จะรองรับการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงวัยจากทั่วโลก อีกทั้งรองรับธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical & Wellness Tourism) ที่กำลังมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงท้าย คุณกัมพล ยังได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยให้มาเที่ยวชมสวนนงนุชกันให้มากๆ เพราะเขาตั้งใจทำสวนแห่งนี้ขึ้นมา เพื่ออยากตอบแทนผืนแผ่นดินไทย ให้ได้มีสวนพรรณไม้ที่สวยงามตระการตาไม่แพ้ชาติใดในโลก
โดยเฉพาะช่วงนี้ ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤติจากพิษไวรัสโควิด19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวไทยโดยตรง และรุนแรง จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะช่วยกันรณรงค์ไทยเที่ยวไทย และไทยช่วยไทย ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี
"2 ปีมาแล้ว ที่สวนนงนุชเปิดได้ให้คนไทยเข้ามาเที่ยวฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าบัตรเข้าชมสวน เดือนละ 5 จังหวัด กับอีก 5 เขตในกรุงเทพฯ หมุนเวียนกันไปจนกว่าจะครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพราะเราอยากให้คนไทยได้มาเห็นสิ่งที่เราได้ตั้งใจทำเพือคนไทย อยากให้มาเห็นสิ่งที่ไม่คิดว่าเมืองไทยจะมี อย่างเช่นสวนลอยฟ้า ที่เป็นสวนใหม่ ใหญ่ที่สุดในโลก เราเปลี่ยนพรรณไม้ที่นำมาจัดแสดงในทุก 6 เดือน จึงอยากให้คนไทยทุกคนได้มาเที่ยวชม และได้ภาคภูมิใจว่าเราไม่น้อยหน้าชาติไหนๆในโลกนี้" คุณกัมพลกล่าวถึงสิ่งที่เขามุ่งมั่นอุทิศตนทำมากว่า 30 ปี
ไปเที่ยวสวนนงนุชพัทยาช่วงนี้ เหมือนได้ 3 เด้ง คือ 1. ได้เที่ยวชมสวนสวยงามล้ำค่าอลังการระดับโลกโดยฝีมือคนไทยล้วนๆ
2. ได้เยี่ยมชมอารยสถาปัตย์ ภายในสวนนงนุชพัทยา ที่พร้อมรับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล
และ 3. ยังได้ช่วยกันรณรงค์ ส่งเสริม "ไทยเที่ยวไทย คือไทยเท่" อีกด้วยครับ