โดยไม่เปิดประมูล เข้าข่ายล็อกสเปคให้เจ้าสัวว่า เรื่องที่ดินของพ่อตน เป็นโฉนดมาตั้งแต่ปี 2482 เป็นของครอบครัวตนเมื่อปี 2495 เป็นของปู่ย่า ตนยังเกิดเลย เป็นสมบัติของพ่อตน เป็นมรดกตกทอด เพราะพี่ น้องเสียชีวิตหมด จึงเป็นของพ่อตนเมื่อปี 2535 ช่วงนั้นที่ดินบูมก็ไม่ยอมขาย เพราะเก็บไว้ให้ลูกหลาน เมื่อถึงปี 2556 ตนเป็นผู้บัญชาการทหารบก แล้วพ่อก็ขายที่ดี ซึ่งตอนนั้นพ่อตนไม่แก่มากนัก ยังจำได้พูดจาอะไรได้หมด ดังนั้นจะมาบอกว่าพ่อตนแก่เกินไปก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร และเรื่องที่ท่านไปพูดกับสื่อตนก็ไม่เคยได้ยิน บางทีก็ออกมาตามสื่อสัมภาษณ์อย่างโน้นอย่างนี้ ต้องไปถามพ่อตนอีกที ซึ่งพ่อตนตอนนี้ก็ไม่อยู่แล้ว
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่าที่ดินดังกล่าว ตนอยากให้ดูที่ว่าเป็นบ่อตกปลา จะเป็นบ่อตกปลาได้อย่างไร เพราเป็นที่แปลงใหญ่ ทั้งหมดมี 50 ไร่ ถ้าไปดูแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศก็ถือว่าเป็นที่ผืนใหญ่ที่สุดในบริเวณนั้น และมีถนนเลียบข้างหน้าประมาณ 300-400 กว่าเมตร ตอนหลังพ่อแบ่งออกเป็น 4 แปลง และที่บอกว่าเป็นบ่อน้ำนั้นเป็นลำธารสาธารณะ เรียกว่าคลองหนามแดง ไม่ใช่บ่อตกปลา ตรงกลางเป็นที่ดอน ที่ดินให้เช่าปลูกพืช ทำการเกษตร ซึ่งเมื่อตอนเด็กตนเคยพายเรือไปที่นี่ เกิดมาก็เห็นพื้นที่แปลงนี้แล้ว ตนรู้ว่าจะผิดตรงไหน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนเรื่องของการซื้อขาย ก็เป็นเรื่องของข้อตกลงระหว่างคนขายกับคนซื้อ เขาจะซื้อราคาเท่าไหร่ บริษัทไหนจะมาซื้อ ซึ่งก่อนปี 2556 ตนจำได้ว่าพ่อติดป้ายประกาศขายตั้งแต่ปี 2554-2555 ซึ่งก็มีการติดต่อมาโดยตลอด มีติดต่อมาหลายเจ้า แต่ก็ไม่ได้ขาย จนท้ายที่สุดก็มีบริษัทนี้ แต่ตนไม่รู้ว่าเป็นของใครด้วยซ้ำไป เพราะตอนนั้นตนเป็น ผบ.บท. ไม่รู้จักใครเป็นพิเศษส่วนตัว และตนไม่คิดว่าจะเอื้อให้กับเขาได้ในอนาคตด้วย ดีงนั้นหากพูดแบบนี้คือหมายความว่าผมไปต่อรองกับเขา ว่าคุณซื้อที่ตรงนี้แล้ววันหน้าผมจะดูแลเขา แล้วผมไปสัญญากับเขาได้หรือไม่ว่าผมจะเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมว่ามันไม่ใช่ คุณพูดเกินไปหรือเปล่า
ซึ่งราคาที่ขณะนั้นในปี2556 ราคาตามท้องตลอดประมาร 609 ล้านบาท ในที่ปัจจุบันปี 2562ประมาณ 812 ล้านบาท ซึ่งราคามันขึ้น เวลาซื้อขายก็ต้องซื้อขายตามราคาท้องตลอด และการเสียภาษีก็ถูกต้อง รวมถึงในส่วนการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ตนก็แจ้งตอนเป็น ผบ.ทบ.และเมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ก็มีการแจ้งตามกฎหมาย ป.ป.ช. ทั้งที่ป.ป.ช.เขาเขียนว่าไม่ต้องแจ้ง แต่เขาไม่ได้นำมาเปิดเผย เพราะตนยังไม่สิ้นสุดหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ้งทุกคนก็ได้รับกฎหมายฉบับเดียวกัน ฉะนั้นการพุดอย่างนี้ทำให้สับสนอลหม่านกันหมด ดังนั้นเรื่องที่ดิน ตนคงไม่ตอบอะไรมากไปกว่านี้แล้ว ลองดูที่ก็แล้วกัน แพงตรงถนนหรือเปล่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน และการที่บริษัทมาซื้อไปพัฒนาก็ไม่รู้ไปพัฒนาอะไร เพราะเขาเป็นพร็อมเพอร์ตี้ เขาไม่ได้ปลูกต้นไม้ ซึ่งเขามีสิทธิในการประกอบการ คุณต้องเข้าใจตรงนี้ ก็แล้วแต่ท่านแต่ตนว่าท่านไม่เข้าใจอะไรง่ายๆหรอก ตนคุณเป็นคนเข้าใจอะไรยากอยู่แล้ว
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องที่กล่าวหาว่าตนไม่ไปดูแลพี่น้องชาวอีสานนั้น ยืนยันว่าตนเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลปัจจุบัน 7 เดือน ไปเยี่ยมพี่น้องชาวอีสาน 11 ครั้ง มีการจัดสรรงบประมาณลงไป 2 หมื่น 4 พันล้านบาท แม้เขาจะไม่ชอบตน ตนก็ไป ไม่ใช่ไม่ชอบแล้วไม่ไป ตนให้ทุกจังหวัด นี่คือรัฐบาลนี้ รัฐบาลก่อนหน้าก็ทำแบบนี้