"ปิยบุตร" ยัน อนาคตใหม่ไม่ผิด
18 ก.พ. 2563 | jirasin_yin

เลขาธิการพรรคแถลงข่าวปิดคดีนอกศาลรัฐธรรมนูญ กรณีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิฉัยคดีในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ ลั่น เงินกู้ผิดกฎหมายตรงไหน
ข่าว
18 ก.พ. 2563 | jirasin_yin

เลขาธิการพรรคแถลงข่าวปิดคดีนอกศาลรัฐธรรมนูญ กรณีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิฉัยคดีในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ ลั่น เงินกู้ผิดกฎหมายตรงไหน
ที่สำนักงานพรรคอนาคตใหม่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค แถลงข่าวปิดคดีนอกศาลรัฐธรรมนูญ กรณีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิฉัยคดีในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ โดยกล่าวว่า ในส่วนของคดีเงินกู้ ข้อเท็จจริงคือตามกฏหมายว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับปัจจุบัน เรียกร้องให้พรรคการเมืองต้องทำอยู่หลายเรื่องซึ่งหากทำไม่ครบ ก็ไม่สามารถส่งผู้สมัครเลือกตั้งได้
ทั้งการกำหนดกรอบระยะเวลา การรับสมัครสมาชิกพรรคฯ ที่หากจะลงสมัครในพื้นที่นั้นต้องมีสมาชิกพรรคฯเกินกว่า 100 คนและการขยายสาขา ที่ต้องทำให้ทันในเวลาที่กำหนด โดยในขณะนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ก็ยังไม่ปลดล็อคการเลือกตั้ง ทางพรรคฯจึงระดมทุนด้วยการเปิดขายสินค้าที่พรรคฯ แต่ทาง กกต.ก็ติดต่อมาว่าพรรคฯจะรับเงินบริจาค จากกรรมการบริหารพรรคฯได้ไม่เกิน10ล้านบาทต่อปีเท่านั้น และไม่สามารถรับเงินบริจาคจากบุคคลธรรมหรือจัดกิจกรรมระดมทุนเช่นโต๊ะจีนได้
ทั้งนี้นายปิยบุตร ยังให้เหตุผลว่า สถานการณ์การเมืองก่อนการเลือกตั้งนั้น ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อไร และด้วยพรรคฯ เป็นพรรคใหม่ที่ไม่มีทรัพยากรเช่นเดียวกับพรรคเก่าแก่ โดยทางพรรคฯ มีเวลาเพียงแค่เดือนเศษ จากข้อจำกัดเรื่องเวลา เป็นเหตุให้พรรคฯตัดสินใจทำการกู้เงิน
ต่างจากพรรคพลังประชารัฐที่มีการจัดโต๊ะจีนระดมทุนได้เงินไปถึง 622ล้านบาท รวมถึงพรรคที่เพิ่งก่อตั้งอย่างพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่จัดโต้ะจีนเช่นเดียวกันและได้เงินไป 240 ล้านบาท
ทั้งนี้ นายปิยบุตร ยืนยันว่า พรรคฯไม่ได้มีเจตนาปกปิดเรื่องการกู้เงินแต่อย่างใด ทั้งยังมีการประกาศชัดเจนในงบการเงิน รวมถึงการที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าให้พรรคฯทำการกู้เงินจริง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า การกู้เงินตามหลักกฏหมายมหาชนว่า พรรคการเมืองจะเรียกร้องจากองค์กรและเจ้าหน้าที่รัฐว่า ไม่มีกฏหมายไม่มีอำนาจ บรรดาหน่วยงานของรัฐจะใช้อำนาจได้ต้องมีกฏหมายให้อำนาจเสียก่อน แต่หลักกฏหมายเอกชน ระบุว่า นิติบุคคลเอกชน และปัจเจกบุคคล มีเสรีภาพในการกระทำใดๆก็ได้ตราบที่กฏหมายไม่ได้ห้าม
ซึ่งตามข้อเท็จจริงพรรคการเมืองมีสถานะเป็นนิติบุคคลเอกชน ที่เกิดจากการรวมตัวของปัจเจก การตีความทางกฏหมายจึงต้องอาศัยหลักกฏหมายมหาชน นั่นหมายความว่าพรรคการเมืองสามารถทำการกู้เงินได้เพราะไม่มีกฏหมายห้ามไว้
นอกจากนี้ นายปิยบุตร ยังได้เปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินของพรรคการเมืองอื่นๆเช่นพรรคชาติพัฒนา และพลังท้องถิ่นไทยเป็นต้น พร้อมกับเน้นย้ำว่าเงินกู้ไม่ใช่รายได้ แต่คือหนี้สิน ถัดมาคือกระบวนการในขั้นกกต. ที่นายปิยบุตรตั้งข้อสังเกตว่า การฟ้องร้องในความผิดมาตรา 66 ว่าพรรคฯรับเงินที่ได้มาไม่ชอบด้วยกฏหมาย โดยในเบื้องต้นมีการยกคำร้องด้วยมติเอกฉันท์ แต่ต่อมาปรากฏว่า กกต.ยังเดินหน้าต่อด้วยการฟ้องอีกคณะ แต่ก็มีการยกคำร้องในเวลาต่อมาเช่นกัน ถัดนั้น กกต. ได้ฟ้องต่ออนุฯ มีมติเอกฉันท์ 3 ต่อ 2 เสียงว่ามีความผิดตามมาตรา 66 ทั้งที่กฏหมายกกต. มาตรา41 ระบุอย่างชัดเจนว่า ถ้ากรรมการไต่สวนยกคำร้องเรื่องต้องยุติทันที
ส่วนกรณีที่พรรคฯโดนข้อหาฝ่าฝืนมาตรา 62 ,66 และ 72 ซึ่งมีมติเอกฉันท์ว่าผิดและฟ้องร้องให้ยุบพรรคฯ ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการตั้งแต่การฟ้องร้องที่ผ่านไปเพียงสองสัปดาห์ มาตรา 72 โผล่ขึ้นมาได้อย่างไร และตนขอยืนยันว่าตามกฏหมายศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการยุบพรรคการเมือง
นายปิยบุตร ยังกล่าวด้วยว่า กฏหมายประกอบรธน.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 ขัดกับรธน.มาตรา 210 เพราะอำนาจในการยุบพรรคขัดกับกฏหมายที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ
ท้ายนี้ นายปิยบุตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุนพรรคการเมือง หรือต้องการกำจัดพรรคการเมือง ผู้ร่างกฎหมายบอกว่า ต้องทำให้พรรคเป็นของมวลชน ทำให้โปร่งใส พรรคฯยึดแนวทางนี้ แสดงที่มาที่ไป มีสัญญาชัดเจนเพราะหวังยกระดับขึ้น แต่ปรากฏว่ากำลังมีการเอากฎหมายพรรคการเมืองมาไล่ล่ากำจัดพรรคการเมืองใช่หรือไม่ พออธิบายได้ก็หาข้อกฎหมายใหม่มาใช้เรื่อยๆ ไม่ต่างอะไรกับหมาป่ากับลูกแกะ ถ้าใช้กฎหมายพรรคการเมืองแบบนี้ต่อไป ต่อไปแค่ใช้ชื่อพรรคอนาคตใหม่ก็คงผิด
สุดท้ายแล้วถ้าพรรคฯผิด ประเทศนี้คงกำลังบอกว่า พรรคการเมืองจงอย่าบอกว่าเอาเงินมาจากไหน ตกลงแล้ว กกต.ต้องการอะไรกันแน่ เพราะยิ่งเปิดเผยโปร่งใสยิ่งถูกจับผิดมากเท่านั้น นี่คือสังคมศรีธนญชัย ใช่หรือไม่?