เนชั่นทีวี

ข่าว

ทบ.-ธนารักษ์ เซ็น MOU โครงการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจ ทบ.

17 ก.พ. 2563 | anchalee_ari

ทบ.-ธนารักษ์ เซ็น MOU โครงการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจ ทบ.

กองทัพบก-กรมธนารักษ์ ลงนามบันทึกข้อตกลง โครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก กว่า 40 โครงการ 100 ปั๊มน้ำมัน ให้ส่งรายได้กรมธนารักษ์ 2.5-7% ส่วนที่เหลือเข้ากองทุนสวัสดิการกองทัพบก

พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และ นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ลงนามบันทึกข้อตกลง "โครงการการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก" ที่กองบัญชาการกองทัพบกโดยการลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้ เพื่อให้การใช้ที่ราชพัสดุของกองทัพบก (ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง) ในการจัดสวัสดิการภายในกองทัพบก เป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการภายใต้กรอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ.2547 และประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการเรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจประกาศ ณ วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2548 เช่น สถานีบริการน้ำมัน ร้านค้า ตลาดนัด กิจการสโมสร สนามมวย สนามกอล์ฟ สนามม้า และสถานพักฟื้นพักผ่อนกองทัพบก ซึ่งกิจการสวัสดิการของกองทัพบกที่ดำเนินอยู่นั้น เน้นการให้บริการหรือจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและราคาถูกแก่กำลังพลกองทัพบกและครอบครัว ส่งผลให้บุคคลทั่วไปให้ความสนใจมาใช้บริการและซื้อสินค้าในกิจการสวัสดิการของกองทัพบกด้วยเช่นกัน เมื่อผลประกอบการดี จึงอาจทำให้สินค้าและบริการมีราคาถูกลง เกิดผลดีแก่กำลังพลและบุคคลทั่วไปที่ใช้บริการ และอาจมีรายได้เข้ากองทุนสวัสดิการกองทัพบก เพื่อนำมาจัดสวัสดิการให้แก่กำลังพลและครอบครัวเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้น เพื่อให้การจัดสวัสดิการภายในกองทัพบก เป็นไปตามระเบียบข้างต้น ที่กำหนดว่ากรณีที่บุคคลภายนอกทั่วไปมาใช้บริการมากกว่าสมาชิก (กำลังพลของกองทัพบกและครอบครัว) ให้ดำเนินการในรูปแบบการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ ซึ่งต้องขออนุญาตเช่าที่ราชพัสดุ จากกรมธนารักษ์ ดังนั้นรายได้ ที่เกิดขึ้นจากการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ จะถูกนำส่งเป็นค่าเช่าและค่าธรรมเนียมให้แก่กรมธนารักษ์ส่วนหนึ่งตามบันทึกข้อตกลง ส่วนที่เหลือจะนำส่งเข้ากองทุนสวัสดิการกองทัพบก เพื่อนำมาจัดสวัสดิการให้แก่กำลังพลและครอบครัว กองทัพบกจึงได้หารือกับกรมธนารักษ์ เพื่อปรับรูปแบบการจัดสวัสดิการภายในของกองทัพบกในบางกิจการ เป็นการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ 

ทบ.-ธนารักษ์ เซ็น MOU โครงการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจ ทบ.


ทั้งนี้ การกำกับดูแลของกองทัพบก แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.การจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ กรณีปกติทั่วไป เช่นสถานีบริการน้ำมัน ร้านค้าตลาดนัด  ให้เรียกเก็บค่าเช่า ค่าธรรมเนียม ตามอัตราที่กำหนดตามระเบียบและคำสั่งที่ใช้บังคับ ณ เวลานั้น 2.การจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ กรณีพิเศษ ได้แก่ สนามมวย สนามกอล์ฟ สนามม้า และสถานพักฟื้นพักผ่อนให้เรียกเก็บค่าเช่าค่าธรรมเนียมตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยกรมธนารักษ์ มีหน้าที่สนับสนุนโครงการให้สัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนร่วมแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนด ส่วนกองทัพบก มีหน้าที่ดำเนินโครงการการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบกให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงนี้ ให้ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ทบ.-ธนารักษ์ เซ็น MOU โครงการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจ ทบ.

ภายหลังการลงนาม นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย พลเอก ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก แถลงข่าวร่วมกัน ว่า โครงการของกองทัพบกที่จะเริ่มทำมีกว่า 40 โครงการ ส่วนปั๊มน้ำมันมีกว่า 100 แห่ง โดยพื้นที่ภาพรวมทั้งหมดของโครงการมีกว่า 1 ล้านไร่ แต่เป็นพื้นที่ถูกบุกรุก 7 แสนไร่ ซึ่งชาวบ้านเข้ามาใช้ประโยชน์ กองทัพบกจึงให้กรมธนารักษ์ เข้าไปทำสัญญาเช่าครั้งละไม่เกิน 3 ปี อีดทั้งเป็นการควบคุมไม่ให้บุกรุกที่ดินไปมากกว่านี้ส่วนสวัสดิการเชิงพาณิชย์ของกองทัพบกที่เหลือ รายได้จะนำส่งกรมธนารักษ์ 2.5-7% ซึ่งต้องพิจารณาจากทำเลที่ตั้ง รายได้ กำไร ขาดทุน และผู้ที่มาใช้บริการว่ามากน้อยแค่ไหน อีกทั้งกำลังพลยังได้รับสวัสดิการในรูปแบบของส่วนลดต่างๆ เช่น การลดราคาสินค้า 5 % ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเป็นสวัสดิการที่ได้รับโดยตรง , ลดราคาโรงแรม ที่พัก สนามกอล์ฟ สำหรับสโมสรที่ตั้งอยู่ในแต่ละหน่วย ถือเป็นเรื่องภายใน แต่ถ้ามีคนนอกมาใช้บริการเกิน 50 % ก็จะเป็นเชิงธุรกิจเข้ากฎของกรมธนารักษ์ ส่วนตลาดนัดของแต่ละหน่วยก็ต้องไปดูพื้นที่อีกครั้ง โดยพื้นที่นำร่อง เช่น สนามกอล์ฟกองทัพบก ถ.รามอินทรา , สนามกอล์ฟลานนา มทบ.33 จ.เชียงใหม่ , สวนสนประดิพัทธ์ จ.ประจวบฯ ที่มีทั้งที่พักและสนามกอล์ฟ , สนามม้า กองทัพภาคที่ 2อย่างไรก็ตาม เงินรายได้จะมีจำนวนเท่าใดนั้นยังไม่สามารถตอบได้ แต่เป็นความตั้งใจกว่าจะมาถึงวันนี้ ถือเป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจที่แท้จริง โดยใช้มืออาชีพเข้ามาดูแล ซึ่งค่าบริการอาจจะไม่สูงมาก แต่บริการต้องดี การตัดสินใจของกองทัพบกในวันนี้ ตนขอชื่นชม และเหล่าทัพอื่นๆ ก็มีการติดต่อมาบ้างแล้ว เช่นเดียวกับนายกฯ ที่ก็สนับสนุนเรื่องนี้ด้าน พลเอก ธีรวัฒน์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการในลักษณะแบบนี้ กองทัพบกสหรัฐฯ ก็มีเช่นกันถึง 160 แห่ง การลงนามในวันนี้เพื่อทำให้ถูกต้อง ตรวจสอบได้ โปร่งใส รายได้ส่วนหนึ่งเมื่อส่งกรมธนารักษ์เรียบร้อยแล้ว ก็จะกลับมาในรูปแบบของสวัสดิการกองทัพบก เช่น ทุนการศึกษา สวัสดิการกำลังพลชั้นผู้น้อย

ข่าวล่าสุด