นายสุรงค์ บลูกุล ประธานกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตนได้ยับยั้งแล้ว และรู้สึกเสียดาย อยากให้อยู่ทำงานต่อ แต่นายวิชาญยืนยันขอลาออก เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพจากโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ซึ่งได้พูดคุยเรื่องนี้กับตนมา หลายเดือนแล้ว
เมื่อครั้งที่บอร์ดการทางพิเศษฯ แต่งตั้งให้นายวิชาญดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการนั้น นายวิชาญเองก็ปฏิเสธ โดยบอกว่าไม่พร้อมที่จะรับหน้าที่นี้ เพราะคงทำไม่ไหว แต่ด้วยระเบียบข้อบังคับตามพ.ร.บ.การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จึงไม่สามารถทำตามคำขอของนายวิชาญได้ เพราะข้อกำหนดระบุว่าการแต่งตั้งรักษาการผู้ว่าการการทางพิเศษฯ ต้องแต่งตั้งผู้บริหารที่มีอาวุโสสูงสุดเท่านั้น ซึ่งคือนายวิชาญ และบอร์ดก็ต้องปฏิบัติตาม
อย่างไรก็ตาม การลาออกของนายวิชาญ จะเสนอเป็นวาระการพิจารณาของบอร์ดการทางพิเศษฯ ในการประชุมวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ เพื่ออนุมัติก่อนจึงจะมีผลสมบูรณ์ และบอร์ดการทางพิเศษฯ ก็จะต้องแต่งตั้งผู้บริหารที่มีอาวุโสสูงสุดลำดับถัดไปขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทน
เมื่อสอบถามว่า การลาออกของนายวิชาญ และนายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ เกี่ยวข้องกับการที่ต้องเป็นผู้ลงนามในสัญญายุติข้อพิพาทระหว่างการทางพิเศษฯ และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM หรือไม่ นายสุรงค์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะทั้ง 2 คนยืนยันว่ามีปัญหาสุขภาพจริงๆ และการลงนามในสัญญาก็ยังไม่ถึงเวลา เพราะเรื่องยุติข้อพิพาทดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา คงต้องรอความชัดเจนก่อนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการแทนนายวิชาญที่ลาออกไป คือ นายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งเป็นผู้มีอาวุโสสูงสุดลำดับถัดไป