เมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีข้อมูลของสถิติจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม พบยอดขอปิดกิจการเดือน ม.ค.63 จำนวน 222 โรงงาน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 53.10 มีจำนวนแรงงานที่เลิกจ้าง 2.51 พันคน ว่า เรื่องเหล่านี้เกิดจากปัญหาความเหลื่อมล้ำ ผู้ที่อยู่บรรทัดสุดท้ายของห่วงโซ่คือผู้ใช้เเรงงาน โดยเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำ จะต้องเจอผลกระทบด้านเศรษฐกิจเป็นลำดับเเรกๆ เเม้จากข้อมูลของกรอ.จะระบุว่า ตัวเลขผู้ที่ถูกเลิกจ้างลดลง ร้อยละ 31.04 จากปีก่อนก็ตาม แต่ตนไม่อยากให้มองว่า คนตกงานเป็นเรื่องธรรมดาหรือเรื่องธรรมชาติ เพราะเมื่อเทียบตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ บอกว่ามีเเรงงานในภาคการผลิตประมาณ 6 ล้านคน ส่วนเเรงงานทั้งประเทศ มีประมาณ 16.9 ล้านคน คนเหล่านี้คือเเรงงานในระบบ แต่สิ่งที่น่าคิดต่อ คือเเรงงานนอกระบบที่ถูกเลิกจ้างที่กำลังว่างงานอยู่ ยังตกสำรวจอยู่อีกเท่าไหร่ ที่มีการสำรวจไว้ แรงงานทั้งประเทศมีกว่า 37 ล้านคน ดังนั้นหากเทียบสัดส่วนนี้ คนตกงานนอกระบบ มีจำนวนไม่ต่ำกว่าอีกเท่าตัว พวกเขามีโอกาสเข้าถึงสวัสดิการ หรือการเยียวยาจากรัฐกรณีตกงานมากเเค่ไหน เพราะถ้าคนตกงานที่ตกสำรวจ ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้เลย ความเป็นอยู่โดยเฉพาะปากท้องของเขาจะน่าเป็นห่วงอย่างมาก