นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยภายหลังการหารือแนวทางแก้ปัญหาเศษกระดาษราคาตกต่ำ ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง 4 ฝ่าย ได้แก่ ซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า โรงงานอัดกระดาษ และโรงงานผลิตกระดาษที่กระทรวงพาณิชย์ ว่า ที่ประชุมได้มีข้อสรุปร่วมกัน ในการแก้ไขปัญหาราคาเศษกระดาษตกต่ำโดยมีมติให้ 4 ฝ่ายดำเนินการรับซื้อเศษกระดาษให้เป็นไปตามกลไกตลาดเมื่อราคาตลาดโลกสูงขึ้น โรงงานผลิตกระดาษ ไล่ลงมาถึงโรงงานอัดกระดาษและร้านรับซื้อของเก่า ก็ต้องรับซื้อในราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วยเพื่อให้ซาเล้งมีรายได้จากการขายเศษกระดาษได้ในราคาดีขึ้น
ทั้งนี้ กรณีมีปัญหาราคาตกต่ำจะมีการกำหนดราคารับซื้อขั้นต่ำ โดยในช่วง 3 เดือนนับตั้งแต่วันนี้โรงงานผลิตกระดาษ จะรับซื้อเศษกระดาษจากโรงอัดกระดาษ ซึ่งเป็นขั้นที่ 2ในราคากิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 3.50 บาท ณ ราคาหน้าโรงงาน เป็นเวลา 3 เดือนจำนวนไม่เกิน 30,000 ตันต่อเดือน ส่วนที่เกิน 30,000ตันไปจนถึงสิ้นปีนี้จะรับซื้อไม่ต่ำกว่ากก. 3.30 บาท ณ ราคาหน้าโรงงานโดยราคาที่กำหนดนี้จะส่งผลให้ซาเล้งสามารถนำเศษกระดาษไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่าได้ในราคากก.ละ 2 บาทกำหนดปริมาณไม่เกิน 30,000 ตัน ณ ราคาที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนจำนวนที่เกิน30,000 ตัน กำหนดราคาขั้นต่ำไว้ที่กก.ละ 1.80 บาท ณ ราคากรุงเทพฯ และปริมณฑลส่วนในต่างจังหวัด ก็จะเป็นไปตามกลไกของแต่ละพื้นที่
"กระทรวงพาณิชย์ได้เข้ามาช่วยคลี่คลายปัญหาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 4 ฝ่ายโดยเฉพาะซาเล้งที่ถือว่าจนที่สุดที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตกระดาษให้ได้รับความเป็นธรรมเพราะอย่างน้อยผลที่เกิดขึ้นในวันนี้จะเป็นหลักประกันให้กับซาเล้งที่จะขายเศษกระดาษได้ไม่ต่ำกว่ากก.ละ 1.80-2 บาทหากมีปัญหาราคาเศษกระดาษตกต่ำเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่ราคาเคยตกลงไปถึงกก.ละ 50 สตางค์ถึง 1 บาทและยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในการจัดการเรื่องขยะเศษกระดาษด้วย"นายจุรินทร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีมติเพิ่มเติมว่าหากฝ่ายใดไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามนี้ โดยหากกดราคาต่ำกว่าที่ตกลงกันขั้นต่ำกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศจะเป็นผู้เข้าไปใช้มาตรการของกระทรวงพาณิชย์มาจัดการเช่น มาตรการกำหนดการนำเข้าเศษกระดาษจากต่างประเทศซึ่งจะมีรายละเอียดตามกฎหมายต่อไป แต่ ณ เวลานี้ มั่นใจว่าทั้ง 4 ฝ่ายจะปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อตกลงนี้ทุกประการ
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้เศษกระดาษเป็นสินค้าควบคุมแล้วและกระทรวงพาณิชย์ออกประกาศ 2 ฉบับ ตามมาโดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)โดยฉบับแรกได้กำหนดให้เศษกระดาษเป็นสินค้าควบคุม และฉบับที่ 2 กำหนดให้มีการปิดและแจ้งราคารับซื้อเศษกระดาษโดยรถ 4 ล้อที่ไปรับซื้อเศษกระดาษตามบ้านเรือน ไม่รวมซาเล้งต้องติดราคารับซื้อข้างรถ ร้านขายของเก่า ก็ต้องติดป้าย รวมถึงโรงงานอัดกระดาษและโรงงานผลิตกระดาษและต้องแจ้งราคารับซื้อของวันศุกร์ภายในวันจันทร์ของสัปดาห์ถัดไป โดยเศษกระดาษที่ต้องแจ้งราคารับซื้อได้แก่ กระดาษลัง กระดาษขาว-ดำ และกระดาษรวม (จับจั๊ว)