พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงผลพวงจากการแถลงชี้แจงเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมา วานนี้ ว่า สื่อมีความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรียนของทั้งประเทศ และไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก กองทัพบก ได้แสดงความเสียใจ และรับผิดชอบไปแล้ว ส่วนสื่อออนไลน์และสื่อโซเชียล ยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์ ถือเป็นเรื่องปกติ ทำใจมานานแล้ว ห้ามไม่ได้ แต่ตนก็ประหลาดใจกับการตั้งคำถามของสื่อวานนี้ เพราะรู้สึกผิดคลาด โดยตั้งคำถามด้วยความระมัดระวัง มากกว่าเป็นประเด็นการเมืองสำหรับวิกฤตนี้ ไม่ควรจะลืมกันง่ายๆ ขอให้หันหน้าเข้าหากัน มุ่งไปที่ความปลอดภัยของประชาชน อย่ามุ่งเพียงคนนั้นดี คนนั้นเก่ง หรือคนอื่นไม่ดี ซึ่งสิ่งไม่ดีต้องมาช่วยกันแก้ไข ขณะที่ส่วนตัวรู้สึกผ่อนคลาย
หลังได้แสดงความรับผิดชอบ เพราะได้พูดจากใจ สิ่งที่เขียนก็มาจากใจสรุปเป็นตัวปากกา ขอขอบคุณสื่อ ซึ่งสื่อเองก็ได้รับบทเรียน สื่อดิจิตอล ก็ถูก กสทช. เชิญไปหารือ ว่าต่างประเทศบริหารจัดการอย่างไร เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ สำหรับการหลั่งน้ำตาวานนี้นั้น พลเอก อภิรัชต์ ยอมรับว่า เป็นคนมีอารมณ์อ่อนไหวกับเรื่องที่ละเอียดอ่อน สิ่งที่เสียใจที่สุดคือการสูญเสียผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพลทหารเมธา เลิศศิริ ที่ไม่มีใครกล่าวถึงว่าเขาเสียชีวิตระหว่างยืมยามรักษาการณ์ แต่ไปมองว่ากองทัพหละหลวม ตนถามว่าถ้าหละหลวมจะมียืนยามรักษาการณ์อยู่ไหม เพราะคนที่เห็นหน้ากันทุกวัน ใครจะรู้ ใครจะเฉลียวใจว่าจะเดินเข้ามาแล้วเอาปืนมายิง พร้อมฝากให้คิด
โดยให้ไปดูข้อความที่คนแชร์ในโซเชียลมีเดีย เรื่องเฉินหลง ที่บรรทัดแรกๆเขียนว่า เฉินหลง 65 ปี ได้นอนอย่างสงบที่ฮ่องกง ทำให้เข้าใจว่า เฉินหลงเสียชีวิต แต่พอไล่บรรทัดถัดมา เขาก็เขียนว่า เฉินหลงตื่นเช้ามาก็ตื่นเช้าออกกำลังกายปกติ จึงอยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากกว่า 8 บรรทัด เวลาอ่านอะไรอย่าอ่านแค่ 3-4 บรรทัด แล้วไม่อ่านผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับว่า สบายใจขึ้น หลังแถลงข่าวแล้ว แต่ทุกคนก็ต้องพร้อมที่จะรับกับสิ่งที่ตนเองกระทำ ซึ่งในวันจันทร์ ที่ 17 ก.พ. 2563 นี้ ตนจะเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ให้ได้ เพื่อรับข้อร้องเรียนจากกำลังพลโดยตรงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังได้สั่งการไปวานนี้ ภายใต้การควบคุมของสำนักงานผู้บัญชาการทหารบก
โดยจัดเจ้าหน้าที่รับสาย ตามเวลาราชการ 08.00-16.00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์ ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะบันทึกข้อความเสียงไว้ โดยทหารผู้ที่ถูกเอาเปรียบ จะต้องแจ้ง ชื่อ-ตำแหน่ง-หมายเลขประจำตัว และสังกัด ให้ทราบว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง หากแจ้งข้อมูลเท็จก็จะถูกดำเนินการทางกฎหมาย ตนขอรับรองว่าข้อมูลจะเป็นความลับ โดยเมื่อคืนก็มีคนส่งข้อความมาร้องเรียนกับตนเรื่องเบี้ยเลี้ยง ก็ได้ส่งไปถามผู้บังคับหน่วยดังกล่าว เพื่อให้ทำการแก้ไข ไม่ใช่ไปดูอย่างเดียว ซึ่งในขั้นต้นก็มีการลงโทษ และในวงรอบต่อไปก็จะมีการปรับย้าย