เนชั่นทีวี

ข่าว

"อาม่า" เล่าเป็นฉากๆ ติดเชื้อโคโรน่าในอู่ฮั่น แพทย์ลั่น "คนสัตหีบ" ไม่รังเกียจคนไทยกว่า 100 ชีวิต

05 ก.พ. 2563 | nathaorn

"อาม่า" เล่าเป็นฉากๆ ติดเชื้อโคโรน่าในอู่ฮั่น แพทย์ลั่น "คนสัตหีบ" ไม่รังเกียจคนไทยกว่า 100 ชีวิต

รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.55 - 14.50 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (5 ก.พ.) "ดร. เสรี วงษ์มณฑา" ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์" ที่ปรึกษากรมการแพทย์และกรมควบคุมโรค "ผศ.ร.ต.อ.ดร.วิเชียร ตันศิริมงคล" อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ ม.บูรพา และ "นางใจม่วย แซ่อึ๊ง" อาม่าผู้ป่วยไวรัสโคโรนาที่ได้รับการรักษาหายแล้ว ซึ่งมาพร้อม "กฤติกา แซ่งอึ๊ง" ลูกสาว

หลังจากที่เชื้อไวรัสโคโรน่า ระบาดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน จนประเทศจีนสั่งปิดเมือง กลายเป็นเรื่องตื่นตระหนกของคนทั้งโลก ล่าสุดรัฐบาลไทยได้ส่งเครื่องบินไปรับคนไทยจำนวน 100 กว่าคนกลับมาตุภูมิ

"อาม่า" เล่าเป็นฉากๆ ติดเชื้อโคโรน่าในอู่ฮั่น แพทย์ลั่น "คนสัตหีบ" ไม่รังเกียจคนไทยกว่า 100 ชีวิต



อยากถามคุณหมอ อาม่าออกมาจะให้ความมั่นใจกับญาติอย่างไร?นพ.ทวี : "เรามีเกณฑ์ปล่อยกลับบ้านคือต้องไม่เจอเชื้อ 2 ครั้งติดต่อกัน เราต้องเพิ่มความมั่นใจ ตอนนี้อาม่ามีภูมิอยู่แล้วในร่างกายแก เหมือนเป็นหัด ก็อย่างนี้แหละอยู่ในร่างกาย แต่ถ้าเป็นเชื้อไข้หวัดทั่วไป ไข้หวัดใหญ่ ยังเป็นได้อยู่"หวัดบางพันธุ์เป็นซ้ำได้ บางพันธุ์มีภูมิคุ้มกัน ซึ่งโคโรน่าจะไม่เป็นอีกแล้วนพ.ทวี : "เฉพาะตัวนี้นะ"คนที่เจออาม่า ญาติพี่น้องจะได้ไม่ผวา?นพ.ทวี : "รับประกันว่าตอนนี้อาม่าหายแน่นอนแล้ว"

"อาม่า" เล่าเป็นฉากๆ ติดเชื้อโคโรน่าในอู่ฮั่น แพทย์ลั่น "คนสัตหีบ" ไม่รังเกียจคนไทยกว่า 100 ชีวิต

อาม่าไปไหนมาก่อนรู้ไหม?อาม่า : "ไปเที่ยวอู่ฮั่นมา ไปหลายที่แต่จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ กลับมาแล้วรู้สึกเพลียๆ คิดว่าครั่นเนื้อครั่นตัว เราแก่แล้ว เที่ยวเยอะ เดินเยอะ อาจเป็นแบบนี้ ก็คิดแบบนี้ พอดีลูกชายอยู่นครปฐม ฉันกลับมาแล้วยังอยู่กรุงเทพฯ เขาโทรมาว่าอาม่าไปไหนมา ก็บอกว่าไปเที่ยวอู่ฮั่น เขาบอกว่าที่อู่ฮั่นเขาติดโรคตายแล้วนะ ก็เปิดข่าวฟัง"อาม่ามีอาการ สงสัยตัวเองมั้ยว่าน่าจะติดโรค?อาม่า : "ทีแรกไม่คิดว่าติดโรคนี้ คิดว่าเหนื่อยไป เป็นหวัดนิดหน่อย เพราะทางโน้นหนาวมาก ฉันอยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้บอกลูก"
ตอนที่เจอลูกชาย หรือกลับไปที่บ้าน มีการป้องกันใส่หน้ากากไหม?อาม่า : "ไม่ได้ใส่ค่ะ"
แล้วคนในบ้านที่เจออาม่าตอนมีอาการไม่ได้ใส่แมสก์ ต้องระวังยังไง?นพ.ทวี : "ก็ลองถามกลุ่มลูกหลานที่เขาใกล้ชิดกับอาม่าก่อนอาม่าไปอยู่ในรพ.เพื่อกักกันอยู่ในห้องเฉพาะ ทุกคนต้องถูกตรวจสอบหมด ทางการแพทย์เราเรียกว่าผู้สัมผัสมีความเสี่ยงสูง"

"อาม่า" เล่าเป็นฉากๆ ติดเชื้อโคโรน่าในอู่ฮั่น แพทย์ลั่น "คนสัตหีบ" ไม่รังเกียจคนไทยกว่า 100 ชีวิต

ลูกชายที่อยู่กับอาม่าที่กรุงเทพฯ ก็โดนตรวจสอบ แล้วหนูล่ะ?ลูก : "โดนค่ะ ก็มีป้ายคอ"นพ.ทวี : "เราหาเชื้อเลย เรารู้ว่าเชื้อที่เข้าไปอาจฟักตัวอยู่ เราก็หาเชื้อเลย ซึ่งตอนนี้คนที่ใกล้ชิดอาม่ายังไม่มีใครเจอเชื้อเลย"

ตอนถูกเรียกไปรู้สึกยังไง?
ลูก : "ก็งงค่ะ ยังถามคุณหมอว่ามั่นใจเหรอว่าคุณแม่ติด เพราะตอนนั้นเข้า คุณหมอบอกว่าจะมีอาการน้ำท่วมปอดกับหัวใจ เราก็คิดว่าเป็นโรคอื่่น"
เมื่อหมอบอกว่าไม่เจอเชื้อรู้สึกยังไง?
ลูก : "ดีใจค่ะ ตอนที่แม่เป็น แม่อยู่ รพ. ตั้ง 4 วันแล้วถึงจะทราบ"

"อาม่า" เล่าเป็นฉากๆ ติดเชื้อโคโรน่าในอู่ฮั่น แพทย์ลั่น "คนสัตหีบ" ไม่รังเกียจคนไทยกว่า 100 ชีวิต


แพทย์ดูแลอาม่ายังไงในรพ.ยังไง?
นพ.ทวี : "ต้องอยู่ในห้องกักกันเลย หมอพยาบาลเข้ามาก็ใส่ชุดโม่งหมดเลย เพราะอาม่ามีเชื้อ เขาก็ต้องป้องกันตัวเอง"
รักษากันยังไงคะ?
นพ.ทวี : "เนื่องจากอาม่ามีโรคประจำตัว มีโรคหัวใจ พอเชื้อตัวนี้ซ้ำซ้อนเข้าไป มีอาการปอดอักเสบด้วย ก็เลยมีอาการน้ำท่วมปอด แล้วจากเชื้อที่ซ้ำซ้อนเข้าไปด้วย เพราะผู้สูงอายุมักมีเชื้ออื่นซ้ำซ้อนเข้าไป ซึ่งรักษาได้"
ตอนอาม่าไปอู่ฮั่นไปเที่ยวที่ไหนบ้าง?
อาม่า : "ไปหลายที่ จำไม่ค่อยได้ เพราะไม่ได้ไปกับทัวร์ ลูกหลานพาไป คนเยอะมาก"
อาม่ากินอะไรแปลกๆ ไหม?
อาม่า : "ไม่มีค่ะ กินปกติ"

"อาม่า" เล่าเป็นฉากๆ ติดเชื้อโคโรน่าในอู่ฮั่น แพทย์ลั่น "คนสัตหีบ" ไม่รังเกียจคนไทยกว่า 100 ชีวิต


คนไทยกลับมาแล้ว เราตรวจคัดกรองอย่างดีที่เมืองจีน แล้วมีบางคนไม่ได้มาเนื่องจากไข้สูง เมื่อคัดกรองแล้วมาถึงเมืองไทย ทำไมไปเก็บเขาไว้ ไม่ให้กลับบ้าน?
นพ.ทวี : "คนไทยกลุ่มนี้ไม่ใช่คนที่ติดเชื้อนะครับ เขาแข็งแรงดี เรียกเขาว่าคนไข้ไม่ถูกนะครับ อันที่สองเวลาจะออกจากประเทศจีน เป็นหลักเกณฑ์ของนานาชาติ บริเวณที่มีโรคระบาดเขาต้องผ่านการสกรีน ปรากฎว่าสกรีนไม่ผ่าน 2 คน เขามีไข้สูง ก็ต้องถูกจับเข้าไปดูแลรักษาต่อที่เมืองจีน ระหว่างอยู่บนเครื่อง ก็มีการตรวจเช็กอีก ลงจากเครื่องก็มีมาตรฐานไทยเรา ตรวจเช็กอีก ต้องไม่ลืมนะครับ การตรวจไข้ไม่ได้บอกว่าตรวจเชื้อนี้ แต่มีไข้มันอาจจะบ่งบอก หนึ่งในอาการ หลังผ่านด่านต่างๆ เขาก็ไปอยู่ห้องเดี่ยวของเขา ไม่เหมือนห้องที่อาม่าอยู่นะ เพราะอาม่าอยู่ห้องผู้ป่วย อันนี้เป็นห้องเดี่ยว มีคำแนะนำเยอะแยะเลย ญาติมาก็ยังไม่ให้เจอหน้า จนกว่า 14 วัน เพราะระยะฟักตัวเชื้อตัวนี้ ยาวที่สุดคือ 14 วัน"
เล่าเรื่องห้องที่ให้เข้าไปอยู่ เป็นอย่างไร ทำไมไม่ให้ไปอยู่รพ.?
นพ. ทวี : "คือโรคนี้เป็นโรคที่ติดต่อทางเดินหายใจ อย่างอาม่าไออาจมีเชื้อและร่องรอยได้ เราต้องให้ไปอยู่ในห้องที่เรียกว่าความดันลบ คือในห้องนี้ เป็นความดันที่ลบ อยู่ข้างนอกความดันเท่ากับศูนย์ ลมจะไหลจากข้างนอกเข้าห้องนี้ แล้วถูกดูดออกไปตามปล่องเอาไปฆ่าเชื้อ มีอุลตร้าไวโอเลต มีแผ่นกรองฆ่าเชื้อทุกอย่าง เพื่อมั่นใจว่าอากาศที่ปล่อยออกจากห้องอาม่าต้องปลอดภัย"
ไม่ให้ติดต่อญาติ 3 วันเพราะอะไร?
นพ. ทวี : "สามวันแรกเป็นสามวันที่มีโอกาสแสดงอาการ ขอเรียนให้ทราบนิดนึงว่าหลายประเทศที่เอาคนของเขากลับบ้าน มีอยู่ประเทศนึงไปแล้วเจอว่าตอนออกมาไม่ได้มีอาการ แต่พอหลังเข้าประเทศ ตรวจเจอว่าเป็นเชื้อนี้"


14 วันคนที่กลับมาจากอู่ฮั่น เขาอยู่ห้องธรรมดาเป็นยังไง?
นพ. ทวี : "ก็เป็นห้องธรรมดา เห็นว่าเป็นห้องรับรองของทหาร เพียงแต่ว่าไม่เปิดแอร์ เพราะถ้ามีเชื้อเดี๋ยวจะไปฝังอยู่ข้างในเครื่องแอร์ แล้วก็ตรวจเช็กประจำวัน สัญญาณแรกคือมีไข้ ต้องตรวจไข้ เช้ากลางวันเย็นตลอด"
เจ้าหน้าที่ที่เข้าไป ใครเข้าไปได้บ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
นพ. ทวี : "อันดับแรกต้องฝึก สองต้องมีมาตรการป้องกันเต็มที่เท่าที่จะทำได้ จริงๆ แล้วบางคนบอกว่าเวอร์ไปมั้ย ไม่เวอร์ไป เราป้องกัน ทั้งหน้ากาก ถุงมือ ชุดตามตัว เพราะคนเหล่านี้เขาไปทำงาน ตรวจเช็กปั๊บ ออกมาปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มั่นใจไม่ปล่อยออกมา"
คนไทยโดยทั่วไป ที่รู้จักกับคนเหล่านี้ ควรปฏิบัติตนยังไง?
นพ.ทวี : "สำหรับคนไทยที่กลับมา ผมมีข้อคิดเห็นว่า คนไทยเรามีเมตตากรุณา บางประเทศเขาไม่ยอมนะ ไปอยู่สัตหีบฉันไม่ยอม ของเราไม่นะ คนสัตหีบไม่ต่อต้านเลย คนไทยตกทุกข์ได้ยากต้องต้อนรับเขานะ เขาอยู่ที่โน่นก็ทุกข์ทรมาน กล้ารับประกันว่าก่อนปล่อยต้องปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ผมทำงานกับเชื้อโรคมาเยอะแล้ว"

"อาม่า" เล่าเป็นฉากๆ ติดเชื้อโคโรน่าในอู่ฮั่น แพทย์ลั่น "คนสัตหีบ" ไม่รังเกียจคนไทยกว่า 100 ชีวิต


มีคนบางคนบอกให้เราปิดประเทศไม่ให้คนจีนเข้า หวังดีหรือมีวาระซ่อนเร้น?
ผศ.ร.ต.อ.ดร.วิเชียร : "ปรากฎการณ์ไวรัสโคโรน่า มันมาประจวบเหมาะกับปฏิทินการเมือง มาเจอพร้อมกับเรื่องของฝุ่น ปรากฎการณ์นี้ต้องแยกกัน ถ้าพูดการเมืองก็ต้องมองในเชิงการเมือง พูดเรื่องการแพทย์ต้องมองในเชิงการแพทย์ เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงทางการแพทย์ โรคนี้ถ้าเป็นโอกาสหายสูงมาก ถ้าเกิดเราจะไปใช้นโยบายปิดกั้นเลยทันที ไม่ให้เข้าให้ออก ปิดประเทศ ปิดพรมแดน ถ้าทำอย่างนั้นผมคิดว่าให้นึกถึงคำของรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน มันก็น่าคิด ว่าเราโอเวอร์รีแอ็กหรือเปล่า จีนเองก็ต้องคิดว่าประเทศให้ความสำคัญกับเขาในระดับใด ผมคิดว่าความจริงใจของมิตรประเทศในยามนี้สำคัญ คนไทยเราไม่เป็นเหมือนในหลายประเทศ หลายประเทศที่เขาเรียกโอเวอร์รีแอ็ก (Over-React) กลายเป็นพฤติกรรมที่เขาเรียกว่ารังเกียจคนจีนถ้าทำอย่างนั้นความรู้สึกจะฝังลึก ในยามเขายากลำบากต้องให้กำลังใจ ไม่ใช่เหยียดหยาม"
คิดว่าตอนนี้จีนมองไทยอย่างไร?
ผศ.ร.ต.อ.ดร.วิเชียร : "ผมว่าเขามองได้หลายระดับ ถ้ามองระดับรัฐบาลกับรัฐบาล เขาค่อนข้างโอเคกับรัฐบาลไทย เพราะรัฐบาลไทยไม่ได้ทำเหมือนกับที่หลายประเทศเขาทำ พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะให้คนจีนเข้ามาเยอะๆ นะ แต่หมายความว่าเราดูแลและสิ่งที่เราทำทุกวันนี้ก็ยังมี Visa on Arrival เข้ามาเราก็ตรวจตรงนั้นได้ ขณะเดียวกัน คนจีนที่อยู่ในประเทศเราที่ยังไม่กลับ ก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเราก็ดูแลเขาอย่างดี สิ่งที่เราต้องระมัดระวังคือระดับที่เป็นความตื่นตระหนกของประชาชน หรือโซเชียลต่างๆ ไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ จริงอยู่เราคิดได้ แต่อย่าไปแสดงออก หรือใส่ความรู้สึกที่ไม่มีข้อเท็จจริงเข้าไป ตรงนั้นจะทำให้ระยะยาวความสัมพันธ์อาจไม่ดีเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ร้านอาหารไม่ควรขึ้นป้ายไม่รับคนจีนครับ"

"อาม่า" เล่าเป็นฉากๆ ติดเชื้อโคโรน่าในอู่ฮั่น แพทย์ลั่น "คนสัตหีบ" ไม่รังเกียจคนไทยกว่า 100 ชีวิต


ตอนนี้หลายคนมีอาการสู้คนมากกว่าสู้โรค?
ผศ.ร.ต.อ.ดร.วิเชียร : "ระดับประเทศไทยถ้าเทียบกัยประเทศอื่นยังน้อยกว่า แต่จะเปลี่ยนยังไง จากกลัวเป็นความช่วยเหลือ"
หลังจากจบเรื่องนี้ ความสัมพันธ์ไทย-จีนจะเป็นยังไง?
ผศ.ร.ต.อ.ดร.วิเชียร : "ผมว่าจะดีขึ้นนะ เพราะรัฐบาลไม่ได้ปิดไม่ให้คนจีนเข้ามาเลย ทุกวันนี้ก็มีไฟลต์เที่ยวบินจากจีนมาไทยอยู่ตลอด บางประเทศไม่ให้ไฟลต์จากจีนเข้าเลย ถ้าสมมติประเทศไม่ให้เที่ยวบินจากไทยเข้าเขาเลย ท่านจะรู้สึกอย่างไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในบรรยากาศแบบนี้ สิ่งที่รัฐบาลไทยทำ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คิดว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างเหมาะสม แต่เรื่องการแพทย์ก็เป็นอีกเรื่องนึง ตัวเลขที่ถามความสำเร็จหรือล้มเหลวนโยบายไทยที่่มีต่อจีน ดูที่ไหน ดูตัวเลขผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ ตัวเลขผู้ที่รักษาหาย เพราะฉะนั้นในขณะที่เราไม่ได้ปิดประเทศ ปิดพรมแดน ตัวเลขเรายังอยู่เท่านี้ แสดงว่าการคัดกรองการดูแล หรือการรักษาของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล อยู่ในระดับที่ดีมาก"

ข่าวล่าสุด