โดยนักบินได้ระบุข้อความ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นไว้ดังต่อไปนี้....
ผมไม่ใช่ฮีโร่
หลายคนที่รู้จักผมตอนเช้าของวันที่4 คงรู้แล้วว่า ผมเป็นคนบินไปรับคนไทยในหวู่ฮั่น(WUH) เพราสื่อต่างๆ ออกข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมาก และเผอิญมีภาพบางภาพในข่าว มีติดรูปผมไปด้วยทั้งที่ตามแผนของคณะทำงาน ที่มีกระทรวงต่างประเทศ เป็นแม่งาน ไม่ได้เป็นอย่างนั้น
สั้นเงียบใช้คนน้อยสุดคือสิ่งที่ตกลงกันไว้แต่อย่างว่า บางอย่างก็เหนือการควบคุม
ตอนไวรัสโคโรนาเริ่มระบาดทางด่านควบคุมโรคดอนเมืองได้ทำงานร่วมกับสายการบิน ในการตรวจคนที่มาจากWUH อย่างต่อเนื่องก่อนที่ข่าวจะดังเสียอีก
สายการบินเราจากปกติที่ทำการฆ่าเชื้อตามวงรอบก็มาทำถี่ขึ้น และกลายทำทุกเที่ยวบินทันที ที่กลับจาก WUH ก่อนนำไปใช้ต่อ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่า เครื่องเราสะอาดแน่ๆ สำหรับ ผดส ทุกคน
การตรวจ ผดส มีเฉพาะขาเข้าแต่เราคิดว่า ไม่พอ และเป็นปัญหาที่ปลายทาง ถ้ามีคนที่มีไข้ แม้ไม่ได้เป็นไข้หวัดหวู่ฮั่นก็ตาม
รวมทั้ง. เราต้องการความมั่นใจว่าผดส คนอื่น รวมทั้งน้องๆพนักงานของเรา จะปลอดภัยในการโดยสารกับเราทีมงาน Exit Screen จึงเกิดขึ้น อย่างฉุกละหุก ด้วยความร่วมมือของน้องๆนักบินที่เป็นหมอ น้องๆลูกเรือที่เป็นพยาบาลโดยหัวหน้าลูกเรือคนสวยและทีมในแผนกเป็นกำลังหลัก security GS รวมทั้ง Safetyด้วย
หมอป๊อกกับทีมแพทย์สี่คน ที่เป็นนักบินของเรา ทั้งเป็นกำลังหลักในการตรวจและทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ให้น้องๆในทีม ก็ไม่สามารถมาได้ทุกวัน เพราะเราต้องทำระยะยาว ผมเลยเรียนปรึกษา CEO เพื่อที่จะจ้างพยาบาลมาช่วย
ระหว่างนั่งทำงานรอครูม้ง ซึ่งเป็น HFO ของเราเดินมาหา บอกว่า CEO เรียกพบ
พี่ต๊อกบอกว่าเราอาจต้องทำเที่ยวบินรับคนไทยจากWUH มึงว่าไง ม้งพูดกับผมระหว่างเดินไปห้องทำงาน CEO
กูกำลังคิดเรื่องนี้พอดี ว่าทำไมรัฐบาลไม่เอาคนออกมาไม่มีปัญหาหรอก เดี๋ยวกูบินเองผมบอกกะม้ง
งั้นมึงกะกูบินด้วยกัน จะได้ตัดปัญหาไม่ต้องเอาคนอื่นไปเสี่ยง ม้งบอกผมก่อนเข้าห้อง CEO
...พี่ รบ ขอความร่วมมือมาให้เรารับคนไทย จากอู่ฮั่นพี่ว่าไงพี่ต๊อกเอ่ยขึ้น
พร้อมครับม้งตอบ เดี๋ยวผมสองคนบินเอง น้องลูกเรือก็ไม่น่ามีปัญหา
งั้นผมตอบตกลงเขาไปนะ น่าจะประมาณวันที่1-2 เราพร้อมนะ
พร้อมครับเราตอบพร้อมกัน
วันรุ่งขึ้นม้ง ผม และหัวหน้าลูกเรือ โดนเรียกให้ไปประชุมด่วนกับคณะทำงานของ รบ.ที่มีทั้งทีมแพทย์ ท่าฯ ตม.ทหาร ที่กรมกงสุล
เราแบ่งหน้าที่กันทำตามความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายส่วนวันเวลานั้น รอคอนเฟิร์มจากจีน
ขอให้เป็นความลับนะท่านอธิบดีบอก ก่อนเลิกประชุมผมเหลือบไปเห็นไลน์เด้งขึ้นมา เลยตอบไปว่า
ไม่ลับแล้วล่ะครับมีการแถลงแล้วว่า ไปวันที่ 1
ทุกคนในห้องถอนหายใจดังเฮ้อ
คนจะไปยังไม่รู้เลย ว่าจะไปวันไหนผมคิดในใจ
เมื่อข่าวมันออกไป ว่าแน่นอน แอร์เอเชียเป็นคนไปรับคนไทยนักบินในกลุ่มไลน์ต่างเสนอตัว ที่จะไปทำหน้าที่นี้ จริงๆเขาคุยกันก่อนหน้านั้นแล้วล่ะ ว่า ถ้า รบ ให้เราทำ หลายคนเสนอตัวที่จะทำ โดยไม่รับเงินค่าบิน บางคนหลังไมค์มาก็มี ผมก็ตอบทีเล่นทีจริงว่าให้ลงชื่อไว้ เราทำจริงๆ ผมจะได้ไม่ต้องหาให้ยากปรากฏว่ามีคนสมัคร ทั้งหน้าไมค์หลังไมล์แป๊บเดียวเกือบ 20 คู่ ผมเลยต้องบอกว่าผมพูดเล่น ยังไม่ความคืบหน้าว่าเราจะทำมั้ย
วันอาทิตย์ที่ 2 เราโดนเรียกเข้าประชุมวางแผนละเอียดอีกครั้งหลังได้รับไฟเขียวจากจีน ว่าคือวันที่4 การนัดหมายโหลดของ การเดินทาง สถานที่รับตัวคนไทย ถูกสรุปในวันนั้นและทุกอย่างถูกกำชับให้เป็นความลับ
แต่มีคนเงยหน้ามาบอกว่าทุกคนรู้แล้ว ว่าเราจะไปลงอู่ตะเภาข่าวลงแล้ว