เนชั่นทีวี

ข่าว

ขนส่งฯ แนะตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นด้วยตนเองช่วยแก้ปัญหา PM 2.5

03 ก.พ. 2563 | tananya_nak

ขนส่งฯ  แนะตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นด้วยตนเองช่วยแก้ปัญหา PM 2.5

กรมการขนส่งทางบก เชิญชวน!!! เจ้าของรถ ดูแลและตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นด้วยตนเอง เพื่อร่วมแก้ไขปัญหา PM 2.5 ไม่ให้รถก่อปัญหาควันดำ แนะ!!! ทำความสะอาดไส้กรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด

นายจิรุตม์  วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองพิษขนาดเล็ก PM 2.5 กลายเป็นวิกฤตมลพิษทางอากาศซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือให้เจ้าของรถส่วนบุคคลทุกคัน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ด้วยการลดปริมาณควันดำจากผงเขม่าสีดำขนาดเล็กที่เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ดีเซล 
โดยหมั่นดูแลเครื่องยนต์ทำความสะอาดไส้กรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด โดยรถยนต์ที่ใช้งานเป็นประจำจะต้องเปลี่ยนทุก ๆ 5,000 กิโลเมตร หรือทุก 3 เดือน ส่วนรถที่ใช้งานทั่วไปจะต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อขับถึงระยะ 8,000-10,000 กิโลเมตร หรือทุก 6 เดือน ตรวจดูไส้กรองอากาศที่ทำหน้าที่ดักจับฝุ่น เศษต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่น้ำมันเครื่องรถยนต์ ตรวจเช็กไส้กรองอากาศรถยนต์โดยควรทำความสะอาดทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร ชำระล้างสิ่งสกปรกในท่อไอเสียโดยทำการฉีดน้ำเข้าไปทำความสะอาดภายในท่อไอเสีย และตรวจเช็คหัวฉีดและปั๊มหัวฉีดน้ำมันให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานโดยนำเข้าศูนย์บริการ ทำการตรวจเช็กปั๊มจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดสึกหรอ 
รวมทั้งตรวจเช็กหัวฉีดน้ำมันและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอ รวมทั้งการตรวจเช็กอัตราและจังหวะการฉีดน้ำมันให้ถูกต้องตามบริษัทผู้ผลิตกำหนด เพื่อไม่ให้รถเกิดควันดำเมื่อนำไปใช้งานบนท้องถนน รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการขับรถแบบกระชากหรือเหยียบแรงเกินไป และการบรรทุกของหนักที่ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้รถควันดำได้เช่นกันอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า การสึกหรอของเครื่องยนต์มีผลต่อปริมาณควันดำที่มาจากการ เผาไหม้ไม่สมบูรณ์นั้นมีสาเหตุหลายประการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำ กรองอากาศอุดตันส่งผลให้อากาศเข้าไม่เพียงพอ หรือการปรับแต่งปั๊มหัวฉีดไม่เหมาะสม หัวฉีดปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงชำรุดทำให้การฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นฝอยละเอียด รวมถึงการออกแบบห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และการบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด 
โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้รถยนต์เป็นเวลานาน ทั้งนี้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบปริมาณควันดำด้วยตนเองก่อนนำรถไปใช้งานบน ท้องถนนด้วยการเร่งเครื่องยนต์โดยเร็วจนสุดคันเร่งประมาณ 2-3 วินาที  ในขณะที่รถยนต์จอดอยู่กับที่และเดินเครื่องยนต์ไว้ไม่น้อยกว่า 5 นาที จากนั้นให้สังเกตปริมาณควันดำที่ปล่อยออกจากท่อไอเสียด้วยสายตา หากพบว่ามีปริมาณควันดำสีเข้มมาก ควรนำเข้าศูนย์บริการเพื่อเข้ารับการตรวจสอบสภาพรถ รวมถึงการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ และปรับแต่งเครื่องยนต์อย่างเหมาะสม

ข่าวล่าสุด