โดยคดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า โจทก์เป็นตำรวจ ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.จชต.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ค.54 จำเลยเจตนานำคดีอาญามาฟ้องโจทก์อันเป็นเท็จต่อศาลอาญา หมายเลขดำ อ.2826/2554 ในข้อหาหรือฐานความผิด ร่วมกันก่อ , ใช้ สั่งการ ก่อ ใช้ ขู่เข็ญ จ้างวาน หรือยุยงส่งเสริม หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งกล่าวโจทก์เป็นจำเลยที่ 11 ว่าระหว่างเดือน ธ.ค.53 - มิ.ย.54 ได้ร่วมกัน สมคบกัน สั่งการ ก่อ ใช้ ขู่เข็ญ จ้างวาน หรือยุยงส่งเสริม หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใดกับจำเลยอื่น ได้จัดทำหนังสือให้นายเขตสยาม เนาวรังสี ลงลายมือชื่อกล่าวหาบิ๊กโจ๊กว่ากระทำผิดกฎหมายเรียกรับเงินส่วยจากร้านคาราโอเกะ เพราะไม่พอใจที่ถูกบิ๊กโจ๊กดุด่าว่ากล่าวในเรื่องการทำงานจนเกือบจะถูกแต่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจากกรณีเกียจคร้านละเลยไม่รับผิดชอบงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และโจทก์ให้ความช่วยเหลือนายเขตสยาม จำเลยตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม
"พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล"
ซึ่งเป็นการฟ้องเท็จในทำนองว่าโจทก์กระทำความผิดอาญาฐานปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเป็นเจ้าพนักงานทำเอกสารเท็จในการปฏิบัติหน้าที่ ตามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 ซึ่งความจริงการที่นายเขตสยาม ร้องขอความเป็นธรรมเอง เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลร้านคาราโอเกะ ชื่อร้านโบว์ลิ่งเบียร์โดยมีหลักฐานว่าเคยถูกจับกุมดำเนินคดีที่สภ.ธาตุพนม จ.นครพนม เมื่อเดือน พ.ย.53 และเคยเบิกความที่ศาลจังหวัดนครพนมในคดีที่บิ๊กโจ๊กได้ฟ้องนายเขตสยาม ข้อหาหมิ่นประมาท ว่าเป็นผู้ประกอบการร้านคาราโอเกะดังกล่าวจริงและเป็นผู้ร้องเรียนซึ่งการร้องเรียนไปยัง ผบ.ตร.และ ผบ.ช.ก. และได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม จ.นครพนมเนื่องจากได้รับความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริง