รัฐมนตรีกลาโหม สั่งการทุกหน่วยทหาร ติดตามสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมสนับสนุนการทำงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกทาง ขณะเดียวกันให้เตรียมข้อมูลชี้แจงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมสภากลาโหม ซึ่งวันนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้ พลเอก ขัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยกลาโหม เป็นประธานการประชุมแทน โดย พลเอก ประยุทธ์ ได้ฝากให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ สนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้องในความรับผิดชอบ กับคณะทำงานกระทรวงกลาโหมประจำรัฐสภา เพื่อเปิดเผยและทำความเข้าใจกับสมาชิกรัฐสภาและประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันใน และสถานะความเป็นจริงของกองทัพ 

สั่งทุกหน่วยทหารเตรียมข้อมูลรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ซึ่งเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงของประเทศนอกจากนี้ ยังให้ติดตามและสนับสนุนการทำงานร่วมกับศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำ ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น โดยให้เสริมการทำงานร่วมส่วนราชการในพื้นที่ จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์กระจายออกให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนและประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในทุกพื้นที่อย่างเร่งด่วน พร้อมขอให้กองทัพไทยและกองทัพบก เร่งขุดเจาะบ่อบาดาลตามแผนที่กำหนดโดยเร็ว วางแผนและเตรียมการขยายผลจัดทำแหล่งน้ำผิวดินเพิ่มเติมในพื้นที่ประกาศภัยแล้ง รองรับน้ำในฤดูฝนที่จะมีขึ้นในคราวเดียวกัน (นทพ. 190 โครงการ / ทบ. 209 โครงการ)ส่วนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 นั้น ให้ทุกหน่วยสนับสนุนทรัพยากรทางทหารร่วมแก้ปัญหา โดยเฉพาะการสนับสนุนควบคุมไฟป่าและการเผาในที่โล่งในพื้นที่ที่ยังเป็นปัญหา ลดต้นเหตุของการเกิดฝุ่นจากรถยนต์ทหาร และขอความร่วมมือกำลังพลและครอบครัว รวมทั้งชุมชนรอบหน่วยทหาร ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบสังคมไปด้วยกันขณะที่สถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ให้ทุกหน่วยติดตามการแพร่ระบาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ประสานการทำงานกับกระทรวงสาธารณสุข เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ลงพื้นที่ ร่วมควบคุมการแพร่ระบาด ตรวจสอบ คัดกรองและแยกผู้ป่วยส่งเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง เช่น สนามบิน ด่านตรวจคนเข้าเมือง ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันและปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ ให้กองทัพอากาศเตรียมอากาศยาน พร้อมชุดปฏิบัติการแพทย์สนับสนุนภารกิจช่วยเหลือคนไทยและนักศึกษาในพื้นที่เสี่ยง เมื่อได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศโดยเร็ว