นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ผ่านการบำบัดฟื้นฟูให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขในสังคม การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในหมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่งเป็นที่มาของโครงการนี้ที่มีแนวความคิดที่สำคัญคือ ทุกหมู่บ้าน/ชุมชน มีการดำเนินกิจกรรมการป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาแพร่ระบาดในหมู่บ้าน/ชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อมุ่งสู่ผลลัพธ์สุดท้ายคือ หมู่บ้าน/ชุมชน ปลอดภัยจากยาเสพติด ดังนั้นการที่จะทำให้หมู่บ้าน/ชุมชนเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติดจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมคิดร่วมวางแผนและร่วมลงมือทำ โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปสนับสนุนการดำเนินงาน ขณะเดียวกันส่วนราชการก็ต้องปรับมุมมองการทำงานต้องมองปัญหายาเสพติดไม่ใช่ปัญหาอาชญากรรมที่มาตรการปราบปรามเพียงอย่างเดียวจะแก้ไขได้
"วันนี้มีตัวแทนชุมชนกว่า 3700 คน จาก 2800 หมู่บ้านชุมชนมาร่วมโครงการ เราต้องร่วมกันบูรณาการทั้งแกนนำชุมชน กระทรวงมหาดไทย ป.ป.ส. ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราต้องสร้างกำแพงเป็นแนวป้องกันยาเสพติด ให้ความรู้และแนวทางชุมชนบำบัด โดยมีการติดตามและประเมินผลเป็นระยะ การจะขับเคลื่อนได้เราต้องสร้างความเข้าใจในทุกชุมชน ซึ่ง 1 ใน 3 ของหมู่บ้านได้มีการทำโครงการมาก่อนในโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน เราจะเดินตามแนวทางนี้ด้วย ดังนั้นเราจะใช้ระบบคนเก่าสอนคนใหม่ ใช้ความรักและความร่วมแรงของชุมชนเป็นจุดเริ่มต้นในการป้องกัน ผมเชื่อว่าด้วยโครงการต่างๆเหล่านี้จะทำให้สามารถสกัดกั้นยาเสพติดให้คนไม่เข้าไปสู่จุดของการเสพ และเมื่อผู้เสพลดลงผู้ค้าผู้ผลิตก็จะลดลง นอกจากนี้ยังจะสามารถแก้ปัญหานักโทษล้นคุกได้ด้วย เพราะอย่างที่ตนพูดไปแล้วว่า นักโทษกว่า 80% เป็นนักโทษยาเสพติด ทั้งนี้ผมขอเตือนผู้ค้าผู้ผลิตให้เลิกเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะเรากำลังมีการสร้างเครือข่ายเป็นสายในการรายงานข่าวให้แก่ราชการซึ่งมีมากกว่า 5000 หมู่บ้านแล้ว" นายสมศักดิ์ กล่าว