นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า วันนี้สนทนากันในลักษณะของการวิเคราะห์ทางการมเมืองในหัวข้อ ตั้งสติกับการเมืองตอนขาลง โดยระบุว่า สถานการณ์ของประเทศไทยตั้งแต่ประเทศเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจปากท้องอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เจอกับภัยแล้งมากที่สุดในรอบกว่าครึ่งศตวรรษและล่าสุด มีเรื่องไวรัสโคโรน่าที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการท่องเที่ยว แต่หากดูทางการของจีนที่สั่งปิดเมืองอู่ฮั่นจะเห็นถึงมาตรการ เบ็ดเสร็จเด็ดขาดถึงขั้นคนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า สภาพเมืองเหมือนกับเมืองร้าง ทุกอย่างทางการจีนมีมาตรการอย่างเด็ดขาด แต่ยังมีการแพร่เชื่อจากคนอู่ฮั่นที่เดินทางไปยังที่ต่างๆทั่วโลกทำให้มีการติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่ากว่า 2000 คนทั่วโลกและเสียชีวิต 56 ราย แต่ไม่ใช่จะต้องวิตกกังวลเกินเหตุเพราะสาระสำคัญคือ การวางแผนรับมือกันอย่างเป็นระบบของประเทศไทยนั้นเป็นอย่างไรนายจตุพร กล่าวว่าในทางการเมืองที่ตนบอกว่า ต้องตั้งสติกันในช่วงขาลง ตนอยู่กับเหตุการณ์ในหลายรัฐบาลและมองเห็นในจุดศูนย์กลางของช่วงเวลาคำว่าขาลง ซึ่งมีผลตรงกันข้ามกับเวลาช่วงขาขึ้น เพราะขาขึ้นทำผิดคนก็ยังเห็นว่าเป็นถูกและการขึ้นก็ขึ้นอย่างช้าๆ แต่หากเป็นขาลงก็จะลงอย่างรวดเร็ว วันนี้ชัดเจนว่า การเมือง อยู่ในช่วงของขาลงกันจริงๆ ดังนั้นการวิเคราะห์ของตนต่อไปนี้จะเป็นการวิเคราะห์ในเชิงการเมืองที่ที่เป็นวิทยาศาสตร์ การตั้งหลักทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านรวมถึงประชาชนจะดำเนินชีวิตกันต่อไปอย่างไร ซึ่งตนพยายามอธิบายมาตลอดว่ารัฐบาลเมื่อได้โอกาสจะด้วยวิธีการใดก็ตามรัฐบาลจะต้องมีภาระหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและหากรัฐบาลใดไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามที่สัญญาไว้กับประชาชนแม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมากก็ตามรัฐบาลนั้นก็ไม่สามารถอยู่ได้"วันนี้ไม่เห็นหนทางว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร มาตรการการแก้ไขภัยแล้งไม่มีระบบมาตั้งแต่ต้นและแก้ไขกันในลักษณะเฉพาะหน้าจะพูดปัญหาภัยแล้งและจะหยุดพูดเมื่อฝนมา สภาพของประเทศไทยเป็นแบบนี้มาโดยตลอดแม้จะพยายามอธิบายเรื่องราวต่างๆก็เป็นเพียงแค่คำพูด คือร้อยคำพูดสู้ 1 การกระทำไม่ได้ จนถึงขณะนี้เห็นได้ชัดเจนว่า การกระทำในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและการแก้ไขภัยแล้งล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังมีการปล่อยปละละเลย ให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลไปกดบัตรแทนกัน โดยเฉพาะเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563