นอกจากนี้ตำรวจยังพบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่มีเลขที่จดแจ้งและไม่มีฉลากภาษาไทยซึ่ง อย. เคยตรวจพบสารห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เช่น ครีมหมี และครีมกระปุกต่างๆรวมถึงผลิตภัณฑ์ LYN (ลีน)ที่เคยตกเป็นข่าวมีสารไซบุูทรามีนโดยเจ้าหน้าที่จะต้องส่งของกลางทั้งหมดไปตรวจสอบสารที่ อย.ก่อนจะมีการเรียกเจ้าของร้านทั้ง 2 แห่ง มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป
เบื้องต้นผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้าข่ายความผิดข้อหาขายยาผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา, ความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอางค์ และ พ.ร.บ.อาหารและยาโดยหากผลตรวจผลิตภัณฑ์พบสารต้องห้ามอื่นๆ ที่เป็นอันตราย ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมขณะที่ทาง อย. และ ปคบ. จะขยายผลเข้าตรวจสอบหาโรงงานที่ลักลอบผลิตยาผิดกฎหมายต่อไปโดยหากพบผู้รับอนุญาตฯรายใดมีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีทั้งทางอาญาและใช้มาตรการทางปกครองทันที
รองเลขาธิการอย. ฝากเตือนร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตจาก อย.ให้ระมัดระวังในการเลือกผลิตภัณฑ์มาวางจำหน่ายด้วยและให้ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัดโดยผลิตภัณฑ์ยาจะต้องขายที่ร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นห้ามจำหน่ายทางอินเตอร์เน็ต ขณะเดียวกันก็ขอให้ผู้บริโภคตรวจสอบเลขอนุญาตผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อโดยสามารถตรวจสอบได้ที่แอปพลิเคชั่น Oryor Smart Application หรือ Line @ Fdathai และอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริงเนื่องจากการจับกุมครั้งนี้พบของกลางหลายรายการที่ อย. ยกเลิกเลขสารบบอาหารไปแล้วแต่กลับยังตกค้างจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด