เมื่อ 17 ม.ค. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการหยิบข่าวมาคุย ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีซทีวี โดยหวั่นว่า พรรคอนาคตใหม่จะถูกตัดสินให้ยุบพรรค จากข้อหาล้มล้างการปกครอง
นายจตุพร กล่าวว่า สำนวนคดียุบพรรคอนาคตใหม่ 2 คดี คือ จะตัดสินในวันอังคาร 21 ม.ค.นี้ เป็นคดีล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่วนอีกสำนวนเป็นข้อหาพรรคกู้เงิน ซึ่งยังไม่ถึงเวลาประกาศคำตัดสิน เพราะพรรคกู้เงินลุกลามไปสู่พรรคอื่นๆอีกจำนวนมาก
ก่อนหน้านี้ไม่มีใครคาดคิดว่า คดีล้มการปกครองฯจะยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ แต่การยุบพรรคในประเทศไทยตั้งแต่คดียุบพรรคไทยรักไทยข้อหาจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังมีการยื่นคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ข้อหาใส่ร้ายพรรคไทยรักไทย
ในช่วงเช้าอ่านคำตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยสรุปศาล รธน. ชี้ว่าข้อกล่าวหาฟังไม่ขึ้นหมด สุดท้ายตัดสินไม่มีการยุบพรรค แต่พรรคไทยรักไทย ไม่รอดถูกศาลสั่งยุบ
ต่อมามีการยุบ 3 พรรคคือ พลังประชาชน มัชฌิมาธิปไตย และชาติไทย โดยมีการย้ายสถานที่อ่านคำพิพากษาจากศาล รธน.มาอ่านที่ศาลปกครอง เพราะศาลปกครองมีเขตห้ามละเมิดอำนาจศาลการยุบทั้ง 4 พรรคนั้น พรรคทั้งหมดก็ไม่ได้ล้มหายไป แต่มาเกิดเป็นพรรคใหม่ขึ้น ดังนั้น คดียุบพรรคอนาคตใหม่ข้อกล่าวหาล้มล้างการปกครองฯ ซึ่งใครคิดว่าไม่มีอะไร แต่ตนวิเคราะห์มาแต่ต้นว่า ต้องดูที่ไพ่ใบแรก คือ กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกเล่นงานครอบครองหุ้นสื่อ จนทำศาล รธน.ตัดสินขาดคุณสมบัติ ส.ส. และให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินคดีทางอาญา เพื่อตัดสิทธิทางการเมืองอันเป็นดาบสองต่อไป