เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 63 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำภาคตะวันออก ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี โดยกล่าวว่า รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ EEC ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน จึงต้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ขาดน้ำทั้งในภาคการอุปโภคบริโภคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร
นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกถึงปัจจุบัน (17 ม.ค.) มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 7 แห่งมีปริมาณน้ำรวมประมาณ 671 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือคิดเป็น 42% ของความจุอ่าง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 55 แห่งมีปริมาณน้ำรวมประมาณ 542 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือคิดเป็น 50% ของความจุอ่าง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน ปีที่แล้วมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 89% ซึ่งต้องตัดการสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกงสายหลักออกไปเนื่องจากค่าความเค็มสูงเกินค่ามาตรฐานและไม่สามารถนำน้ำจากคลองพระยาไชยานุชิต มาใช้ได้เนื่องจากไม่มีน้ำ