การลาออกของชาวสีฟ้า เป็นการลาออกกะทันหัน?
"อาจกะทันหันสำหรับเราในการรับรู้ แต่การเตรียมการ ดำริ คิดว่าคงไม่ใช่กะทันหัน เขาคงคิดแล้ว เพราะเหตุการณ์ที่เกิดในพรรคหลายคนก็คงอึดอัด เราอาจรู้ข่าวกะทันหัน เพราะคนลาออกไม่ได้พูดอะไรให้รับรู้ แต่ถามว่าข่าวลือมีมั้ย ข่าวลือเรื่องคุณกรณ์จะไป มีมานานแล้วนะ เขาเป็นคนมีคุณภาพ ตอนคุณกรณ์เป็นรัฐมนตรีเขาก็มีฝีมือ ขึ้นชื่อว่าเป็นรัฐมนตรีคลังโลก เป็นคนมีฝีมือ ทุกครั้งที่เห็นผลงานคุณกรณ์ หรือฟังคุณกรณ์อภิปรายในสภา เราจะชื่่นชมว่าคนนี้มีปัญญา เอาความรู้ที่ร่ำเรียนมาทำงาน"
อะไรคือเหตุผลสำคัญในการลาออก?
"แหม พี่จะรู้ได้ยังไง ใครก็ตอบแทนไม่ได้ ถ้าอยากรู้จริงๆ ต้องไปถามคุณกรณ์ ขณะเดียวกันคุณกรณ์เป็นสุภาพบุรุษและมีมารยาท อะไรทำให้คนอื่นเสียหายคุณกรณ์จะไม่พูด จะพูดถึงข้างหน้าว่าออกมาเพื่อไปทำอะไร เบื้องหลังทำให้คนอื่นเสียหาย สุภาพบุรุษอย่างคุณกรณ์ไม่พูดแน่นอน สิ่งหนึ่งที่ขัดใจ ใครก็ตามที่บอกว่าการลาออกของเขาเป็นเรื่องธรรมดา เขาไม่รอบคอบ การที่คนลาออกต้องดูว่าเขาเป็นใคร คนบางคนลาออกดีใจจังไปซะที แต่สำหรับบางคนลาออก คนนี้มีคุณค่าสำหรับพรรคทำไมลาออกไป คุณกรณ์ หมอวรงค์ก็ดี แล้วแว่วๆ ว่าจะมีบางคนตามไปด้วย คนเหล่านี้คือเกรดเอประชาธิปัตย์เลยนะ เขาออกไป ใครพูดว่าเรื่องนี้ธรรมดาไม่ได้เลย"
หมอเหรียญทอง เจ้าของรพ.มงกุฏวัฒนะ บอกชัดเจนว่าผู้มาสมัครงานต้องแสดงข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ในโซเชียล เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ถ้าใครเป็นปฏิปักษ์กับอุดมการณ์จะไม่รับเข้าทำงาน?
"พี่ว่าหลักการส่วนตัวเขามีสิทธิ์ทำได้ ถ้าจะรับคนมาทำงาน แล้วเขามีทัศนคติไม่สอดคล้องกับค่านิยม นโยบายบริษัท มีความคิดไม่สอดคล้องกับทิศทางบริษัท ทอมจะรับเหรอ เขาก็ไม่รับ เพียงแต่ว่าสิ่งที่เป็นห่วงคือรัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ว่าเราต้องให้ความเสมอภาคแก่ตนไม่มีการเลือกปฏิบัติจากความคิดทางการเมือง นับถือศาสนา หรือเพศต่างๆ นานา แต่บอกได้เลย ณ เวลานี้เรื่องการคัดคนเข้ามาทำงานเพื่อให้มีทัศนสอดคล้อง มีการตรวจสอบเฟซบุ๊กและไลน์หลายบริษัทแล้ว แม้แต่กงสุลสหรัฐ การไปขอวีซ่าเขาก็ขอดูเฟซบุ๊กแอคเคาท์ ว่าเราพูดอะไรเขียนอะไรเพื่อสะท้อนทัศนะของเรา สิ่งที่ห่วงหมอเหรียญทองคือการพูดชัดเจนแบบนี้จะมีคนไปฟ้องละเมิดรัฐธรรมนูญหรือเปล่า แต่การที่หมอตรวจเช็กแล้วทัศนะแบบนี้รับไม่ได้ เราก็ไม่ต้องบอกเหตุผลนะ ถ้าเราไม่รับใครเข้าทำงาน เราไม่จำเป็นต้องตอบ"
ถ้าเอาประเด็นที่หมอเหรียญทองไม่ต้องการให้พวกชังชาติหรือล้มสถาบันมาร่วมงานด้วย?
"เขาตัดสินใจตรงไปตรงมาตามทัศนะของเขา แต่อย่างที่บอกประกาศชัดเจนไปมั้ยว่ามาสมัครเขาไม่รับนะ มีวิธีการพูด เราไม่พูดลบ เราพูดบวกได้"
ควันหลงกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ล่าสุดโฆษกพรรคอนาคตใหม่ "ช่อ พรรณิการ์" เขาเปรียบเทียบว่าวิ่งไล่ลุงมีแต่คนรุ่นใหม่ เดินเชียร์ลุงมีแต่คนรุ่นเก่า เลยทำให้เกิดปัญหาความแตกแยก ช่องว่างระหว่างวัยเกิดขึ้น?
"พี่ว่าเขาพูดไม่ผิดในแง่สัดส่วน สวนรถไฟมีวัยรุ่นเยอะกว่าสูงอายุ แต่คนสูงอายุหน้าเก่าหน้าเดิมก็เยอะเหมือนกัน แต่เดินเชียร์ลุงก็มีคนสูงอายุเยอะ เขาพูดไม่ผิด แต่ไม่ควรพูดให้เกิดความแตกแยก คนรุ่นใหม่อยากได้อะไรก็บอกไป ไม่ต้องด่าคนแก่ ส่วนคนแก่เชียร์ลุงก็พูดไป แต่อย่าไปด่าคนไม่เชียร์ลุง เขาก็มีสิทธิ์ของเขา เดินเชียร์ลุงเราไม่ควรทำอะไรที่แสดงความก้าวร้าวที่จะทำให้ที่สุดเขาบอกศีลเสมอกันหรือเปล่า เพราะแม้แต่พลเอกประยุทธ์ท่านก็บอกว่าไม่อยากเห็นทั้งไล่ท่านและเชียร์ท่าน เพราะเป็นที่มาของความแตกแยก ทางฝ่ายไล่ลุงหยาบคายอย่างไรก็ตาม ฝ่ายเชียร์ลุงอย่าไปหยาบคายตอบ เพราะมันจะกลายเป็นความรุนแรง ให้เห็นว่าความแตกต่างเป็นยังไง แต่อย่าให้เป็นความแตกแยกเลย ในฝ่ายเชียร์ลุงพูดให้แตกแยกไม่มี แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบใจ การเอาส้ม แตงโมมาเตะเป็นสัญลักษณ์ ไม่อยากเห็นภาพเหล่านี้ มันดูไม่ดี แต่พูดจาให้ดีได้ ที่สำคัญหมดเวลาเอามวลชนสองฝ่ายมาใกล้กันแล้ว อย่าเด็ดขาด เราจะไว้ใจได้อย่างไร"