นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายในในฐานะประธานอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2563คณะอนุกรรมการฯได้พิจารณาการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง โดยมีมติให้จ่ายเงินส่วนต่างงวดที่2ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรและแจ้งระยะเวลาเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2562-19 ม.ค.2563 ในอัตรากิโลกรัม (กก.) ละ 0.48 บาท
ทั้งนี้ การคำนวณปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ได้ใช้วิธีการเฉลี่ยย้อนหลัง3 ปี (ปี 2560/61-2562/63)ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 724 กก.ต่อไร่ คูณด้วยจำนวนไร่ตามที่เกษตรกรได้ขึ้นทะเบียนไว้แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ซึ่งงวดที่ 2 นี้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดจะได้รับเงินชดเชยสูงสุด คือ 10,425.6 บาท
ส่วนการกำหนดราคาอ้างอิง คณะอนุกรรมการฯได้ใช้ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้นไม่เกิน 14.5% ของกรมการค้าภายในเฉลี่ยจากจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตข้าวโพดสำคัญ 9 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครราชสีมา น่าน ตากเลย เชียงราย ลพบุรี กาญจนบุรี และสุพรรณบรี เฉลี่ยย้อนหลัง 30 วัน เพื่อคำนวณการจ่ายส่วนต่างโดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 8.02 บาทต่อกก. มีส่วนต่างอยู่ที่ กก.ละ 0.48 บาท จากราคาเป้าหมาย 8.50 บาทต่อกก.
สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2562/63 คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้เห็นชอบให้ดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2562 ในกรอบวงเงิน 923 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือด้านรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยได้มีการคิกออฟจ่ายส่วนต่างให้กับเกษตรกรงวดแรกวันที่ 20 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมาและจากนั้นจะจ่ายอีกเดือนละครั้งทุกวันที่ 20 จนสิ้นสุดโครงการ