ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และรองนายกรัฐมนตรีจีน นายหลิว เหอ ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงทางการค้าที่ทำเนียบขาวเมื่อวาน ภายใต้ข้อตกลงนี้ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการส่งออกของบรรดาเกษตรกรและผู้ผลิตฝ่ายสหรัฐ และช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศในช่วงที่สหรัฐเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนนี้
ภายใต้ข้อตกลง จีนจะต้องซื้อสินค้าการเกษตรจากสหรัฐเพิ่ม 4 หมื่นล้านดอลล่าร์ต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยฐานเสียงของทรัมป์ที่ทำการเกษตรเป็นหลัก เพราะในแต่ละปี จีนไม่เคยซื้อสินค้าการเกษตรจากสหรัฐเกินปีละ 2 หมื่น 6 พันล้านดอลล่าร์สำหรับตัวทรัมป์เอง พิธีลงนามนี้ยังเป็นโอกาสให้เขาได้อ้างถึงความก้าวหน้าในเรื่องเศรษฐกิจที่เขาให้ความสำคัญในระดับสููงสุดในวันเดียวกับที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติส่งเรื่องการเสนอให้ถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งให้วุฒิสภาพิจารณา
ทรัมป์บอกก่อนการลงนามว่า ข้อตกลงนี้เป็น " การทำให้อดีตที่ผิด ให้กลับมาถูกต้อง " และโปรโมตเรื่องนี้ว่าเป็นการนำความยุติธรรมทางเศรษฐกิจมาให้กับแรงงานชาวอเมริกัน และการลงนามในครั้งนี้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในการค้าระหว่างประเทศ
ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้ส่งจดหมายถึงทรัมป์ ซึ่งถูกนำมาอ่านในระหว่างพิธีโดยรองนายกรัฐมนตรีหลิว เหอ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายจีน ระบุว่า ข้อตกลงทางการค้าเฟสแรก เป็นสิ่งที่ดีสำหรับจีนสหรัฐ และทั้งโลก และมันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่มากขึ้น และผลประโยชน์ที่มากขึ้นให้กับประชาชน นับจากนี้
ขณะที่นายหลิว เหอ บอกว่า ข้อตกลงนี้จะนำมาสู่การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่มั่นคง มันเป็นการโปรโมตสันติภาพและความรุ่งเรืองของโลก
แต่ก็มองกันว่าในข้อตกลงการค้าเฟสแรกนี้ ไม่ได้กดดันจีนอะไรมากหนัก ให้จัดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่สำคัญ อย่างเช่นการลดการสนับสนุนที่ไม่เป็นธรรมต่อบริษัทของจีน ตามที่รัฐบาลสหรัฐต้องการตอนที่เริ่มสงครามการค้าโดยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเมื่อกลางปี 2561