เหลืออีกเพียงไม่ถึง 1 เดือน ก็จะครบปี ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศให้ฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2562 และวันที่ 12 ต.ค.ปีเดียวกัน ได้คลอดแผนปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน เน้นการปฏิบัติงานเชิงรุก 3 ด้าน คือการสร้างกลไกการบริหารจัดการในเชิงพื้นที่ รายจังหวัด กลุ่มจังหวัด, การจัดการกับต้นกำเนิดฝุ่น PM2.5 เช่น จากการจราจร รถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรม การเผาในภาคการเกษตร เป็นต้น และต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ ส่วนอีกเรื่องที่เป็นที่ถกเถียงกันมาก คือควรใช้เกณฑ์ไหนในการแจ้งเตือนฝุ่นของไทย หรือองค์การอนามัยโลก
ทั้งนี้ หากจะทำตามนี้ ก็ต้องไปว่าแต่ละหน่วยงานว่าจะทำอะไร ตั้งงบประมาณไว้แค่ไหน ยกตัวอย่าง งบประมาณปี 2563 ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการหมอกควันและฝุ่น PM2.5 แม่งาน คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม งบประมาณ 22 ล้านบาทเศษ พบว่ามี 2 แผน เป็นการแก้ไขหมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ จำนวน 8 ล้านบาท และกรมควบคุมมลพิษ จะแก้ปัญหาฝุ่น ก็รวมเรื่องเสียงเข้าไปด้วย ใช้งบประมาณ 14 ล้านบาท แต่ไม่ได้เจาะจงชัดเจน
แหล่งกำเนิดใหญ่อย่างภาคอุตสาหกรรม 37 ล้านบาท ว่าด้วยเรื่องการเติบโตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร เมื่อก่อนเวลาเกิดภัยพิบัติจะเบิกงบภัยพิบัติ แต่ตอนนี้มี มาตรา 28 ที่จัดสรรงบรายจังหวัด โดยเฉพาะ 9 จังหวัดภาคเหนือ ไม่ใช่แค่ชื่อโครงการไม่ชัด แต่ตัวชี้วัดบางโครงการเป็น PM10 ทั้งที่เป็นการจัดการกับ PM2.5