การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงถูกเพื่อนข้าราชการตำรวจและประชาชนรวมทั้งหน่วยงานราชการอื่นๆสื่อมวลชนอีกทั้งเพื่อนนักเรียนนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 62ที่โจทก์ร่วมศึกษาอยู่ดูหมิ่นเกลียดชัง เสื่อมความนิยม
โจทก์เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงภาพลักษณ์ของการเป็นข้าราชการถูกมองว่าเป็นคนไม่มีวินัยกระด้างกระเดื่องทำผิดระเบียบอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326,328 ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา
โดยศาลรับคำฟ้องไว้เป็นหมายเลขคดี อ.94/2563 เเละไต่สวนมูลฟ้องว่าจะมีคำสั่งประทับรับฟ้องไว้หรือไม่ในวันที่ 30 มี.ค.เวลา 13.00 น.
พ.ต.อ.ไพรัตน์ กล่าวก่อนยื่นฟ้องคดีว่า 2 ปีที่ผ่านมาตนถูกผู้บังคับบัญชากล่าวหาว่าไปขายบัตรคอนเสิร์ตทั้งที่เหตุการณ์ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น มีนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาโทรมาข่มขู่ว่าจะเอาเรื่องกับตนทุกเรื่อง ในด้านวินัยโดยกล่าวหาว่าตนไม่สุจริต ในวันพรุ่งนี้ต้นจะนำคลิปเสียงที่มีการข่มขู่ออกมาแฉให้สื่อมวลชนที่สนใจได้รับทราบขอให้ติดต่อตนมา ที่จะเปิดเพื่อให้ประชาชนไ ด้ตัดสินใจว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ถูกกระทำ ที่ตนออกมาฟ้องไม่ใช่ว่าอยากจะหาเรื่องกับผู้ใหญ่ เเต่ตลอดมาตนถูกถูกกลั่นเเกล้งมานับ10 เรื่องเพิ่งจะมาฟ้องได้เพียงแค่2 เรื่องจึงเป็นเรื่องที่ต้องออกมาปกป้องตนเองในฐานะเป็นผู้เสียหายเเละผู้ถูกกระทำ ที่พูดวันนี้ไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อในฐานะรอง ผบก .เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่ตนออกมาฝ่าฝืนระเบียบ ตร.ในเรื่องของการให้ข่าวเพราะเป็นการกระทำในนามของส่วนตัว