เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 ที่ รพ.จุฬาภรณ์ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แถลงข่าวโครงการวิจัย "การพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทางเรือ" โดย ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า การวิจัยเป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์
ทั้งนี้เราพบว่า ประชาชนในหลายท้องถิ่น ยังมีปัญหาเข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุข แม้จะมีสิทธิสุขภาพจากทั้ง 3 กองทุนสุขภาพของไทยแล้วก็ตาม คือ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ประกันสังคม และข้าราชการ โดยโครงการวิจัยในครั้งนี้ จะเป็นการพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินทางเรือ จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาชุมชนพื้นที่หลังเขื่อนภูมิพล ตำบลบ้านนา จ.ตาก ให้เข้าถึงบริการสาธารณสุขที่รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น
รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลั วิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว เกิดจากอาจารย์พยาบาลของเราไปพบว่า พื้นที่หลังเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ยังมีปัญหาทั้งไฟฟ้าเข้าไม่ถึง รวมถึงเรื่องของสัญญาณการสื่อสาร ทำให้ประสบปัญหาเมื่อเจอผู้ป่วย ที่มีอาการรุนแรง จำเป็นที่พยาบาลในพื้นที่ จะต้องขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ ทำให้เกิดการตัดสินใจได้ช้า จึงให้ลงไปทำการศึกษาวิจัยหาแนวทางแก้ไข จนเป็นที่มาของโครงการดังกล่าว
โดยมีความร่วมมือกับทางอุทยานแห่งชาติ ปลัดอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิศวกรชำนาญการ และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ซึ่งผลลัพธ์จากการวิจัยในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์กับประชากรหลังเขื่อนภูมิพลจำนวน 2,051 คน และพื้นที่โดยรอบ อ.สามเงา อีก 31,890 คน
รศ.ดร.วิไลวรรณ ทองเจริญ รองคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ และผู้อำนวยการโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า โครงการนี้จะใช้ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี มี 3 แผนงาน คือ การศึกษาพื้นที่ ประสานความร่วมมือ พัฒนาระบบโทรคมนาคม และผลิตเรือฉุกเฉิน จากนั้นจึงจะขยายผลในอีก 5 พื้นที่ให้ได้รับบริการที่ทั่วถึง
นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า ด้วยข้อจำกัดด้านกฎหมาย ทำให้เราไม่สามารถติดตั้งเครื่องขยายสัญญาณได้ทุกพื้นที่ อย่างพื้นที่หลังเขื่อน ก็เป็นป่าอนุรักษ์ ดังนั้นการจะติดตั้งตัวส่งสัญญาณการสื่อสาร จึงจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เช่นโครงการนี้ที่มีทั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อุทยานก็ร่วมด้วย ฝ่ายปกครองในพื้นที่ มีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการดำเนินการ และมีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ก็ได้รับการอนุโลม ให้นำร่องไปติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณบริเวณวัด โดยใช้ไฟจากระบบโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี ซึ่งเมื่อมีเครื่องส่งสัญญาณ ก็ทำให้พยาบาลสามารถใช้สื่อสารไปยังแพทย์ที่ รพ.สามเงา เพื่อขอรับคำปรึกษาได้ว่า จะดูแลผู้ป่วยอย่างไร ต้องส่งต่อหรือไม่
ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับการผลิตเรือฉุกเฉิน ตั้งเป้าไว้ว่า จะทำให้สำเร็จภายใน 2 ปี ซึ่งเรือฉุกเฉินนี้ จะสามารถทำการกู้ชีพบนเรือได้ และจะมีการติดตั้งจีพีเอส และการรับส่งสัญญาณ เพื่อให้สามารถสื่อสารกับทั้งต้นทางและปลายทางได้ เพื่อการประสานงานในการส่งต่อตัวผู้ป่วย จากจุดรับตัวผู้ป่วยไปยังอักด้านของเขื่อน เพื่อส่งต่อให้แก่รถพยาบาลฉุกเฉินต่อไป ซึ่งการจะสร้างและออกแบบนั้น อาจจะต้องรอข้อมูลเคสการเจ็บป่วยในพื้นที่เข้ามาบูรณาการเพื่อออกแบบผลิตเรือด้วย