พาณิชย์ถกภูฏานเร่งขยายการค้า
10 ม.ค. 2563 | tananya_nak

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังภูฏาน มุ่งกระชับสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ พร้อมเปิดทางผู้ประกอบการภูฏานร่วมแสดงศักยภาพสินค้าในไทย
ข่าว
10 ม.ค. 2563 | tananya_nak

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังภูฏาน มุ่งกระชับสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ พร้อมเปิดทางผู้ประกอบการภูฏานร่วมแสดงศักยภาพสินค้าในไทย
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้พบหารือกับนายนัมเกย์ เซริง (H.E. Mr. Namgay Tshering) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังภูฏาน ในโอกาสเดินทางเยือนไทย เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 ณ กระทรวงพาณิชย์ และได้หารือกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ โดยปัจจุบันภูฏานได้ปรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้สอดรับและเปิดกว้างกับการลงทุนจากต่างประเทศมากยิ่งขึ้น จึงเชิญชวนนักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในภูฏาน ขณะเดียวกันภูฏานมีความสนใจที่จะจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในไทย เพื่อใช้เป็นฐานกระจายสินค้าและเผยแพร่สินค้าศักยภาพของภูฏาน เช่น หน่อไม้ฝรั่ง เห็ดมัตซึตาเกะ และถั่งเช่า เป็นต้น ให้เป็นที่รู้จักในไทยและภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ซึ่งตนได้ใช้โอกาสนี้เชิญให้ผู้ประกอบการภูฏานเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติในไทยที่กระทรวงพาณิชย์จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เช่น งาน ThaiFEX กลุ่มสินค้าอาหาร งาน STYLE กลุ่มสินค้าหัตถกรรม ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน และแฟชั่น ซึ่งเป็นงานที่มีผู้ซื้อและผู้นำเข้าจากทั่วโลกมาเยี่ยมชมงาน เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าศักยภาพของภูฏานสู่สายตาต่างประเทศให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากยิ่งขึ้น
นายวีรศักดิ์ เสริมว่า ทั้งสองฝ่ายยังได้ใช้โอกาสนี้ หารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการค้าที่ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2564 ตามที่ผู้นำสองประเทศตั้งเป้าไว้ในเมื่อปี 2561 โดยเฉพาะความร่วมมือในสาขาท่องเที่ยว เกษตร หัตถกรรม และการบริการสุขภาพ โดยปัจจุบัน ไทยมีนักธุรกิจเข้าไปลงทุนในธุรกิจโรงแรมที่ภูฏานหลายแห่ง จึงเห็นว่าทั้งสองฝ่ายสามารถต่อยอดความร่วมมือและธุรกิจในเรื่องร้านอาหาร สปา และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้ ขณะที่ภูฏานแจ้งว่า ปัจจุบันมีชาวภูฏานจำนวนมากสนใจมาศึกษา และรับบริการด้านสุขภาพในโรงพยาบาลเอกชนของไทยมากขึ้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถเพิ่มความร่วมมือในสาขาเหล่านี้ได้เช่นกัน
นายวีรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ไทยและภูฏานมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการดำเนินการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของไทยให้แก่ภูฏาน และการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านวิชาการในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของไทย (One Tumbon One Product: OTOP) กับการพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของภูฏาน (One Gewong One Product: OGOP) พร้อมกันนี้ ไทยยินดีให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ภูฏานในด้านต่าง ๆ อาทิ การพัฒนา SMEs เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับการยกระดับประเทศสู่การเป็นประเทศรายได้ปานกลาง
ทั้งนี้ ภูฏานเป็นคู่ค้าอันดับที่ 130 ของไทยในตลาดโลก และเป็นอันดับ 7 ในภูมิภาคเอเชียใต้รองจากอินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา มัลดีฟส์ และเนปาล ตามลำดับ โดยในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค.-พ.ย.) การค้ารวมสองฝ่ายมีมูลค่า 39.86 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกจากไทยไปภูฏาน 39.73 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสินค้าส่งออกสำคัญ เช่น ผ้าผืน สิ่งทออื่นๆ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลไม้กระป๋องและแปรรูป เป็นต้น และเป็นการนำเข้าจากภูฏาน 0.12 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสินค้านำเข้าสำคัญ เช่น อุปกรณ์การบินและส่วนประกอบ สินแร่โลหะ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เป็นต้น