ที่ผ่านมา สกสว. ได้สนับสนุนโครงการวิจัย "การจัดทำโรดแมพการวิจัยประเด็นวิจัยยุทธศาสตร์ เรื่อง การจัดการน้ำเพื่อรองรับยุทธศาสตร์น้ำของประเทศ" โดย ผศ. ดร.สุภัทรา วิเศษศรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ ที่ศึกษา รวบรวมข้อมูล 1. ภาพรวมของประเด็นการวิจัยในระดับโลก ทั่วโลก 2. ภาพรวมของประเด็นการวิจัยในระดับชาติ ได้แก่ การจัดการน้ำเพื่อชุมชน บทบาทการจัดการน้ำในเขตเมือง การจัดการน้ำเพื่อการพัฒนาและการเพิ่มผลิตภาพของการใช้น้ำ การบริหารจัดการน้ำเพื่อสิ่งแวดล้อม การจัดระบบการจัดการน้ำในภาวะวิกฤติ การจัดการบริหารน้ำเชิงลุ่มน้ำอย่างมีธรรมาภิบาล 3. สถานการณ์น้ำในประเทศไทย สรุปการใช้น้ำโดยรวม การจัดหาน้ำ ความต้องการใช้น้ำ ภัยพิบัติทางน้ำ และคุณภาพน้ำ 4. ข้อเสนอแนะต่องานวิจัยด้านน้ำที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำของประเทศ เช่น การศึกษาผลของการเปลี่ยนแปลง (เพิ่มขึ้น) ของพื้นที่ป่าต่อปริมาณน้ำท่าและตะกอน เป็นต้นนอกจากนี้ สกสว. และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ยังได้สนับสนุนโครงการวิจัยงานยุทธศาสตร์เป้าหมายด้านสังคม แผนงานการบริหารจัดการน้ำสำนักประสานงานวิจัยการจัดการน้ำเชิงยุทธศาสตร์ ที่มี รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งเป็นโครงการวิจัยที่สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ผลลัพธ์งานวิจัย ทำให้ประเทศไทยมีแผนงานการบริหารจัดการน้ำของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำในทุกระดับ เพื่อให้ประเทศมีทรัพยากรน้ำใช้รองรับการเติบโตในอนาคต โดยมีกรอบวิจัยภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ: กรอบการพัฒนาระยะยาว (พ.ศ. 2560 - 2579) ที่ตอบโจทย์ประเทศ 3 กลุ่ม คือ1.พัฒนาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อีอีซี เพื่อให้เกิดความสมดุล ลดความขัดแย้ง พัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคอุตสาหกรรม ศึกษาศักยภาพในการเป็นแหล่งน้ำต้นทุนของพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และสระแก้ว
2.เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานภาคกลางตอนบน ทั้งการบริหารเขื่อน การใช้น้ำอุปโภคบริโภค เกณฑ์ควบคุมการปล่อยน้ำเขื่อน การพัฒนาระบบการส่งน้ำ การกระจายน้ำ ติดตั้งเซนเซอร์ในระบบชลประทานเพื่อโยงเข้ากับศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ และติดตั้งเซนเซอร์ในแปลงนา การเชื่อมโยงระบบข้อมูลน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินเพื่อจัดการน้ำร่วมระหว่างน้ำบาดาลและน้ำผิวดิน
3.การบริหารจัดการน้ำแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยี การพัฒนาเซนเซอร์และระบบน้ำอัจฉริยะเพื่อการชลประทาน การส่งข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการจัดการน้ำอัจฉริยะ และการขับเคลื่อนทางสังคมเพื่อสร้างวัฒนธรรมรักษ์น้ำเพื่อการประหยัดน้ำ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ของโครงการตอบสนองต่อพื้นที่ของประเทศไทย เนื่องจากเป็นแนวทางใหม่ของการบูรณาการและยกระดับงานวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการน้ำ และพัฒนาระบบการใช้ข้อมูลสารสนเทศประกอบการตัดสินใจให้สามารถแก้ปัญหา โดยสร้างกลไกการใช้น้ำที่เป็นนวัตกรรมและปรับพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างประหยัด โดยมีเป้าหมายที่จะลดค่าเฉลี่ยปริมาณการใช้น้ำลดลงร้อยละ 15 และปริมาณน้ำที่นำไปใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 85 ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยนำร่องในพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และโครงการท่อส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง สำนักชลประทานที่ 4 จังหวัดกำแพงเพชร โดยใช้งานวิจัยการพัฒนาระบบเซนเซอร์และเทคโนโลยีอัจฉริยะเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวให้ข้อมูลในการประชุมหน่วยงานบริหารจัดการโปรแกรม หรือ พีเอ็มยู ครั้งล่าสุดว่า ภัยแล้งถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนในปี 2563 หลังจากนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ถือเป็น หน่วยงานบริหารจัดการโปรแกรม หรือ พีเอ็มยู ที่เป็นเจ้าภาพบริหารจัดการทุนวิจัยประเด็น "บริหารจัดการน้ำ" โดยต้องเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหลายๆ หน่วยงาน เพื่อเชื่อมปลั๊กการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การแก้ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด