ที่สน.บางรัก เวลา 15.30 น. พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลบางรัก เพื่อรับรถยนต์ที่ถูกลอบยิง พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มารับรถยนต์จากพนักงานสอบสวน ส่วนเรื่องคลิปเสียงผมเพิ่งได้ฟังเมื่อเช้าก็เป็นเรื่องที่สะท้อนใจในฐานะที่ผมเป็นตำรวจเก่า วันนี้การสนทนาระหว่างคนสองคน ถึงแม้ว่าคดีนี้จะเป็นคดียิงรถผมความเสียหายไม่ได้เยอะ แต่เป็นคดีที่สื่อมวลชนสนใจแล้วไปพาดพิงถึงผู้ใหญ่ขององค์กร เพราะฉะนั้นการที่โทรศัพท์มาสั่งการไม่ให้ผู้ที่ทำหน้าที่รักษาการผบ.ตร. ซึ่งเขาได้ทำหน้าที่อยู่ให้หยุด ไม่ไปแถลงข่าว ไม่ต้องลงไปยุ่ง มาทำแบบนี้ไม่ได้ ยิ่งเห็นชัดเจนถึงเจตนา
ผมในฐานะเป็นตำรวจเก่า ต้องบอกตรงๆ ว่ารู้สึกหดหู่ จากการกระทำ พฤติกรรมแบบนี้ของผู้นำองค์กร ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องเมื่อ 2 ปีก่อนที่มีการยิงรถนักข่าว การใช้อำนาจแบบไม่เป็นธรรม เป็นผู้รักษากฎหมายแล้วต้องทำตัวเป็นเยี่ยงอย่าง อย่าลืมว่า รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.)อีกท่านหนึ่งเขารักษาการ แล้วเขาทำตามหน้าที่ ในวันเกิดเหตุ เท่าที่ผมทราบ รองผบ.ตร.ท่านนี้ ท่านลงไปไล่กล้องต่างๆ เอง ต้องเข้าใจว่าวันดังกล่าวทางผบช.น.ไม่ได้ลงมาด้วยตนเอง มีแต่ผู้บังคับการ ผู้กำกับ รองผบ.ตร.ที่ลงมากำกับดูแลเพราะเป็นเรื่องที่สื่อและประชาชนสนใจ
พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า การที่รองผบ.ตร.ลงมากำกับดูแล เพื่อให้องค์กรเป็นที่น่าเชื่อถือ ศรัทธา เหตุอย่างนี้แม้จะไม่ได้เกิดกับผมเกิดกับใครก็ได้ ผู้รักษากฎหมายจะต้องทำคดีนี้อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะวันนี้ไปพาดพิงถึงผู้หลักผู้ใหญ่ขององค์กร เมื่อเรารู้ตัวว่าเราถูกพาดพิง เราต้องยิ่งรีบสั่งอีกอย่างหนึ่ง สั่งให้รีบเร่งรัดติดตามจับคนร้ายให้ได้ ลงไปดู ลงไปเข้มงวดกวดขันท้องที่ เพื่อจะเคลียร์เรื่องจริงให้ปรากฎ เพื่อจะเคลียร์ตัวเองให้ได้ แต่ไม่ใช่ไปสั่งแบบนี้ เท่าที่ผมฟัง "ไม่ต้องไปแถลงข่าวให้กองบัญชาการเขาทำไป" และมีการพูดถึงเรื่องมีการเตี้ยมกัน มันได้ที่ไหน ถูกไหมครับ
พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า มันเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด มีมูลเหตุทั้งหมด ไม่มีอะไรที่ผมต้องไปเตี้ยม หรือไม่มีประเด็นอื่นอีก และยังมีคำพูดอีกว่าผมไปหลอกพลเอกอีก 5 คน สื่อมวลชนเชื่อหรือว่าผมจะไปหลอกใช้เขาได้ ไม่ต้องถามผม ไปถามเจ้าตัวว่าเขาถูกหลอกใช้หรือไม่ คำพูดอย่างนี้ผู้นำองค์กรไม่ควรจะพูด วันนี้เหตุเกิดก็ต้องทำความจริงให้ปรากฎแค่นั้นเอง คำว่าผู้นำองค์กรผมต้องบอกว่ามันบ่งบอกถึงเรื่องคุณธรรม จริยธรรมแล้ววันนี้ผู้นำองค์กรเป็นอย่างนี้ แล้วองค์กรจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าผมเป็นผู้นำองค์กร ผมไม่ได้เอ่ยถึงท่าน ผมเรียนว่าถ้าผมเป็นผู้นำเองถ้าชาวบ้านรู้แบบนี้ผมต้องลาออกแล้ว อย่างอื่นก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ เพราะผมก็ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว