เสียงปืน 8 นัด ในคืนวันที่ 6 มกราคม จากพื้นที่บางรัก อาจส่งแรงสั่นสะเทือนถึงรั้วปทุมวัน เนื่องจาก "บิ๊กโจ๊ก" ได้ออกมาเปิดเผยกับทุกสื่อทุกแขนงว่า สาเหตุที่ตนถูกลอบยิงครั้งนี้ มาจากเรื่องโครงการจัดซื้อระบบไบโอเมทริกซ์ และรถสายตรวจอัจฉริยะ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนประเด็นทางธุรกิจ หรือชู้สาว ไม่มีอย่างแน่นอน
สำหรับปม "ไบโอเมทริกซ์" เป็นการขัดแย้งกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในกรมปทุมวัน / จากการที่ "บิ๊กโจ๊ก" สมัยเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาจัดถึง 2 ครั้ง หลังจากมองว่าทางหน่วยอาจได้รับความเสียหาย หากอนุมัติงบ 2 พันล้านบาทจัดซื้อระบบไบโอเมทริกซ์ที่ไม่ได้คุณภาพ
การเปิดหน้าชกในที่โล่งแจ้งของ "บิ๊กโจ๊ก" กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่รายนี้ ถือว่าสร้างแรงสั่นสะเทือนได้ไม่น้อย โดยเฉพาะหากจับจังหวะเชื่อมโยงกับสถานการณ์การเมือง และการเปลี่ยนแปลงในกรมปทุมวันเอง / เนื่องจากเป็นช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อ ปลายปีนี้จะมีการเปลี่ยนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะ "บิ๊กแป๊ะ" พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.คนปัจจุบัน จะเกษียณอายุราชการ / โดยมีการคาดหมายกันว่าผู้ที่จะมารับไม้ต่อ คือ "บิ๊กปั๊ด" พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. เพื่อนนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 ของบิ๊กแป๊ะนั่นเอง
แต่ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ทำให้การส่อต่อตำแหน่ง ผบ.ตร.ให้กับเพื่อนรุ่นตัวเองสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำกองทัพสีกากีถึง 2 คน ไม่ใช่เรื่องง่าย / เนื่องจากมีตัวสอดแทรกอย่าง พลตำรวจเอก มนู เมฆหมอก รองผบ.ตร. นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 38 อดีตนายเวร พลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผบ.ตร.