เนชั่นทีวี

ข่าว

'สมคิด'สั่งเข็น 5 โครงการอีอีซีดึงความเชื่อมั่น

09 ม.ค. 2563 | rattana

'สมคิด'สั่งเข็น 5 โครงการอีอีซีดึงความเชื่อมั่น

รองนายกรัฐมนตรี สั่งสำนักงานอีอีซีเร่ง 5 โครงการลงทุนเพื่อดึงดูดความเชื่อมั่น ด้านเลขาธิการอีอีซี ชี้ สนามบินอู่ตะเภาปิดดีลได้ภายในมี.ค. ส่วนไฮสปีดเทรนคาดเริ่มงานก่อสร้างได้ปลายปีนี้ พร้อมเร่งเปิดประมูลสมาร์ทซิตี้ให้ได้ไตรมาส 3

ข้อสั่งการของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือสำนักงานอีอีซี มุ่งไปยัง 5 โครงการลงทุนขนาดใหญ่มูลค่า 6.5 แสนล้าน ที่จะต้องเร่งดำเนินการและให้มีความชัดเจนในปี 2563 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน 
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุ  ไทยจำเป็นต้องสร้างโอกาสและความเชื่อมั่นดึงการลงทุนมายังอีอีซี โดยต้องเร่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั้งรถไฟความเร็วสูง พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 และศูนย์ซ่อมท่าอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) และโครงการสมาร์ทซิตี้ หรือ อีอีซีไอ  ที่จะต้องเกิดขึ้นในปี 2563 โดยเฉพาะการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาที่ต้องเตรียมความพร้อมและให้ได้ข้อสรุปภายในไตรมาสแรกนี้
ด้านคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ระบุ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาจะได้ข้อสรุปภายในเดือน มี.ค.นี้ เพราะศาลปกครองสูงสุดจะตัดสินคดีที่เอกชนร้องเรียนว่าถูกระงับสิทธิการประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯในวันที่ 10 ม.ค.นี้ ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ขณะนี้กลุ่มซีพี การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสำนักงานอีอีซี ได้หารือเกี่ยวกับการส่งมอบพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และปีนี้เอกชนจะเข้ากระบวนการที่จะมาดูแลรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์ หรือช่วงพญาไทถึงสุวรรณภูมิ ขณะที่แบบก่อสร้างในช่วงที่เหลือคาดว่าจะเสร็จในปีนี้และปลายปีจะเริ่มงานก่อสร้างได้  ขณะที่โครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ศาลปกครองให้คณะกรรมการคัดเลือกดำเนินการต่อไป คาดว่าจะสรุปได้ภายในเดือน มี.ค.นี้ ส่วนข้อสั่งการให้เร่งรัดโครงการสมาร์ทซิตี้  คาดว่าจะเปิดประมูลงานโครงการดังกล่าวได้ในไตรมาส 3 นี้
ส่วนโครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) จะต้องเร่งผลักดันให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2563 เช่นกัน หลังจากที่ผ่านมาล่าช้าเพราะติดรายละเอียดการลงทุนระหว่างแอร์บัสกับบมจ.การบินไทย คาดว่าจะได้ข้อสรุปและลงนามสัญญาได้ภายในไตรมาส 2 โดยโครงการนี้จะใช้พื้นที่ 200 ไร่ จากทั้งหมด 500 ไร่ ส่วนที่เหลือ 300 ไร่จะจัดสรรให้เอกชนรายอื่นมาทำศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานได้อีก 3 ราย โดยทางกลุ่มแอร์เอเชียได้ขอพื้นที่ไว้แล้ว 60 ไร่
อย่างไรก็ตาม การลงทุน 5 โครงการขนาดใหญ่ในอีอีซีรวมมูลค่า 6.5 แสนล้านบาท จะได้ข้อสรุปทั้งหมดในไตรมาสแรก แต่เม็ดเงินการลงทุนอีอีซีต่อปียังเป็นไปตามคาดการณ์เดิม คือ เม็ดเงินลงทุนเอกชน 1 แสนล้านบาท และเม็ดเงินลงทุนจากโครงสร้างพื้นฐานอีก 2 แสนล้านบาท รวม 3 แสนล้านบาท จะทำให้จีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5%
ทีมข่าวเศรษฐกิจเนชั่นทีวีรายงาน

ข่าวล่าสุด