เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 63รายงานข่าวจากสำนักงานปฏิรูปที่ดิน ระบุปัญหานายทุนมีการบุกรุกเข้าซื้อขายที่ดินเขาแผงม้า เป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศไทยเกือบทุกแห่ง รวมทั้งผืนป่าสำคัญๆ ก็จะตกอยู่ในมือคนรวย นักการเมือง ข้าราชการแทบทั้งสิ้น และเป็นการซื้อขายมือเปล่า ไม่มีเอกสารสิทธิใดๆโดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นตัวการสำคัญให้มึการบุกรุกเพื่อให้เกิดเป็นชุมชน จนกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม เพื่อยกพื้นที่ป่าให้ส.ป.ก.ไปประกาศเขตปฏิรูป หรือเป็นนิคมสหกรณ์ และบางพื้นที่ใช้สำนักสงฆ์บุกรุกนำเข้าไปก่อน ทั้งที่การบุกรุกป่า จะต้องมีคนผิดกฎหมายโดนสงโทษ
แต่กลับกลายว่าคนพวกนี้บุกรุกแล้วมีกฎหมาย มานิรโทษกรรรมให้คนเหล่านี้ ด้วยได้ จึงบุกรุกกันมากขึ้น แผ้วถางที่ทำกินไปเรื่อยๆ ได้ที่อยู่อาศัยด้วย บางแห่งมีทำเลดีเยี่ยมขายได้ไร่ละหลายล้านบาท ทั้งที่ไม่เอกสารสิทธิ ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ในการทำให้ผืนป่าหมดไป อย่างรวดเร็ว
สำหรับพื้นที่วังน้ำเขียว เขาแผงม้า เป็นปัญหาทับซ้อนหลายหน่วยงานที่ปล่อยปละละเลยกัน เจ้าหน้าที่หลับตาข้างให้นายทุน ผู้มีอิทธิพล เข้าซื้อทำรีสอร์ต ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้าน7-11 บ้านพักตากอากาศ กว่า120แห่ง เพราะพื้นที่บริเวณนี้กว่า1หมื่นไร่เป็น ส.ป.ก. 4-01และเป็นที่นิคมการเกษตร อีกหลายพันไร่ ที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ไปซื้อที่ปลูกบ้านพักตากอากาศหรูหรา หมาเห่า ไว้จำนวนมาก เพราะเป็นแหล่งโอโซนติดอันดับโลก อีกทั้งมีเอกสารสิทธิ ของนิคมการเกษตร ที่สามารถซื้อขายเปลี่ยมือได้หลับครอบครองเกิน5ปีแต่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อุทยานทับลานแห่งชาติ ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ก็สามารถซื้อขายมือเปล่าได้ ชาวบ้านจำนวนมากได้ขายใบภาษีบำรุงท้องที่ไปแล้ว