เนชั่นทีวี

ข่าว

ธปท.แนะเพิ่มสต็อกน้ำมันช่วงศึกสหรัฐ- อิหร่าน

08 ม.ค. 2563 | rattana

ธปท.แนะเพิ่มสต็อกน้ำมันช่วงศึกสหรัฐ- อิหร่าน

ธนาคารแห่งประเทศไทย จับตาสถานการณ์สหรัฐฯ- อิหร่าน ไกล้ชิด แนะบริหารจัดการสต๊อกน้ำมัน รับกังวลบาทแข็งค่า พร้อมใช้มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ระบุ สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน เป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

เพราะไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานปริมาณมากในแต่ละปี แม้ว่าเสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยจะแข็งแกร่ง และไม่ได้อ่อนไหว หรือเปราะบางจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่มูลค่านำเข้าที่เพิ่มขึ้นย่อมทำให้การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดลดลง ขณะเดียวกันการที่ไทยยังคงเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ มีข้อดีคือทำให้สามารถนำเข้าพลังงานได้เพิ่มมากขึ้นหากเกิดความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานในอนาคต ซึ่งขณะนี้ยังต้องรอประเมินสถานการณ์เพราะราคาน้ำมันเพิ่งปรับขึ้นเพียง 1-2 วันเท่านั้น
สถานการณ์ค่าเงินบาท ขณะนี้พบว่าตลาดมีความสมดุลมากขึ้น โดยมีทั้งฝั่งซื้อ และฝั่งขาย แต่อย่างไรก็ตาม ธปท.จะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดต่อไป ขณะเดียวกันในระยะหลัง นักลงทุนเริ่มมองไทยไม่ใช่ Save Haven เพราะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลง ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรยังอยู่ระดับต่ำ ทั้งนี้ ธปท. ยืนยันว่าการพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะยึดหลัก Data Dependent โดยจะประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา และดูความเสี่ยงในระยะข้างหน้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจต่างไปจากที่ ธปท.ได้ประเมินไว้ ก็พร้อมจะใช้เครื่องมือด้านนโยบายเพิ่มเติม
ด้านดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าระดับศักยภาพ จากการส่งออกสินค้าที่ชะลอตัวกว่าที่ประเมินและมีโอกาสฟื้นตัวช้า โดยในปีนี้คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.8% จากเดิมคาด 3.3% สำหรับภาคการส่งออกสินค้าหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้และมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ตามปริมาณการค้าโลกที่ชะลอลงจากการกีดกันทางการค้า รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในภาคการผลิตที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออก โดยการส่งออกในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 0.5% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะติดลบ 3.3% และนำเข้าขยายตัวได้ 1.4% จากปีนี้ที่คาดว่าจะติดลบ 5.2%
อย่างไรก็ตามยอมรับว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ยังกังวลต่อสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบคู่ค้า แม้จะชะลอลงและเคลื่อนไหวสองทิศทางมากขึ้น จึงยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามผลของมาตรการผ่อนคลายให้เงินทุนไหลออก และพิจารณาความจำเป็นในการออกมาตรการเพิ่มเติมด้วย

ข่าวล่าสุด