ภายหลังเกิดเหตุ พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ปมขัดแย้งที่อาจเป็นสาเหตุมีเพียงเรื่องเดียวคือความขัดแย้งกรณีเสนอยกเลิกโปรเจคเครื่องไบโอเมทริกซ์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียผลประโยชน์ ส่วนประเด็นขัดแย้งทางธุรกิจ หรือ ชู้สาว ไม่มีอย่างแน่นอน
สำหรับ เครื่องไบโอเมทริก คือ ระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล โดยวิธีการใช้ข้อมูลทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะเฉพาะทางกายภาพ หรือพฤติกรรม มาใช้ในการตรวจสิทธิหรือแสดงตน เช่น ลายนิ้วมือ ฝ่ามือ เสียง ม่านตา เรตินา ใบหน้า ดีเอ็นเอ ลายเซ็น ซึ่งถือเป็นระบบสากล ที่มีการใช้ในหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สิงคโปร์
ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ทำการจัดซื้อภายหลังเกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดที่แยกราชประสงค์ โดยงบประมาณในการจัดซื้อ อยู่ราว 2,116 ล้านบาท และ ระบบไบโอเมตริกซ์จะถูกติดตั้งทั้งหมด 1,843 จุดทั่วประเทศ ตามด่านตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าและออก ด่านตำรวจน้ำ ด่านตามเมืองต่างๆ และ 16 สนามบิน
แต่ต่อมาภายหลังการจัดซื้อและติดตั้งใช้ ทาง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้ไปร้องสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้ดำเนินการตรวจสอบโครงการไบโอเมทริกซ์ หลังพบว่าการใช้งานไม่ได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ปี 2562 ซึ่งต่อมา วันที่ 31 มิ.ย. 2562 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง