เนชั่นทีวี

ข่าว

เส้นทาง "บิ๊กโจ๊ก" ในวันที่ไม่หวานเจี๊ยบ

07 ม.ค. 2563 | Ekkapon

เส้นทาง "บิ๊กโจ๊ก" ในวันที่ไม่หวานเจี๊ยบ

สำหรับ "บิ๊กโจ๊ก" พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ถือเป็นตำรวจอีกนายหนึ่งที่เงียบหายไปจากสารบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ นานหลายเดือน หลังถูกย้ายขาดจากเครื่องแบบสีกากีเมื่อกลางปีที่แล้ว กระทั่งมาถูกลอบยิงรถ เมื่อคืนวานนี้ ในย่านบางรัก ศูนย์กลางภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ

หากท้าวความถึงประวัติของตำรวจหนุ่มนายนี้ ถือเป็นคนสนิทระดับ "มือขวา" ของ "บิ๊กป้อม" พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ "พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์" อดีตรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงผู้มีบารมีมากล้นในรัฐบาล คสช. โดยสมัยนั้น "บิ๊กโจ๊ก" มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ส่วนในหมวกสีกากีก็มีผลงานปราบปรามมากมาย โดยเฉพาะการกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ โดย "บิ๊กโจ๊ก" มีศูนย์ปฏิบัติการของตัวเอง ระดมตำรวจมือดีจากทั่วประเทศมาร่วมกันทำงาน ส่งผลให้มีผลงานการจับกุมมากมาย แถลงข่าวได้ทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง

เส้นทาง "บิ๊กโจ๊ก" ในวันที่ไม่หวานเจี๊ยบ


ตำแหน่งสุดท้ายของ "บิ๊กโจ๊ก" คือ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ถือเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 47 ที่โตเร็วที่สุด เพราะเพื่อนบางคนยังไม่ติดนายพล ท่ามกลางกระแสข่าวมีบทบาทอย่างสูงในการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจทุกระดับ ด้วยสถานะคนใกล้ชิดผู้มากบารมีซึ่งกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
แต่ชีวิตราชการอันรุ่งโรจน์ของ "บิ๊กโจ๊ก" ก็ต้องมีอันต้องสะดุดหยุดลง เมื่อวันที่ 5 เมษายนปีที่แล้ว เมื่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา มีคำสั่งให้ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม ซึ่งก็คือโดนเด้งจากผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนั่นเอง ช่วงนั้นข่าวลือเกี่ยวกับตัวเขามีมากมาย เป็นข่าวลือในทางร้ายๆ เกี่ยวพันกับการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย และยังถูกโยงไปเกี่ยวข้องกับเบื้องสูง

เรื่องแรงๆ ที่กระทบกับ "บิ๊กโจ๊ก" ยังไม่จบแค่นั้น เพราะถัดมาอีกไม่กี่วัน คือวันที่ 9 เมษายน นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้ลงนามในคำสั่งย้าย พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทนักบริหารระดับสูง ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ขาดจากตำแหน่งหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ / แปลง่ายๆ ก็คือกลับมาแต่งเครื่องแบบตำวรจไม่ได้อีก

เส้นทาง "บิ๊กโจ๊ก" ในวันที่ไม่หวานเจี๊ยบ


ภายหลังโดนคำสั่งย้าย 2 เด้ง / "บิ๊กโจ๊ก" ก็ไม่ได้ไปปรากฏตัวที่ไหน จนเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 มีภาพ พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ พร้อมคณะนายตำรวจ เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญในจังหวัดนครศรีธรรมราช กระทั่งเป็นข่าวโด่งดัง ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าเป็นภาพเก่าหรือภาพปัจจุบัน
คล้อยหลังไม่กี่วัน เจ้าตัวก็เผชิญมรสุมอีกรอบ หลังไปปรากฏชื่อในอนุกรรมการ ก.ตร.ด้านกฎหมาย ซึ่งมี พลเอกประวิตร เป็นคนลงนามแต่งตั้ง ทำให้มีการเชื่อมโยงประเด็นกับการไปปรากฏตัวที่นครศรีธรรมราชเพื่อสร้างข่าว ว่าอาจเป็นการกรุยทางกลับมาเป็นตำรวจอีกครั้ง

แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างๆ พร้อมแสดงหลักฐานว่า รายชื่อที่ปรากฏเป็นของเดิม ไม่ได้เป็นการแต่งตั้งใหม่ เพียงแต่มีการเปลี่ยนชื่ออนุ ก.ตร.บางคน เนื่องจากเกษียณอายุราชการ จึงมีการตั้งคนอื่นเข้าไปแทน แต่ชื่อเก่ายังอยู่ เมื่อมีการออกคำสั่งใหม่ จึงทำให้เหมือนเป็นการแต่งตั้งใหม่
แต่ไม่ว่าจะชี้แจงอย่างไร สุดท้ายก็ไม่รอด มีการเปลี่ยนชื่อ "บิ๊กโจ๊ก" ออกด้วย ทำให้เรื่องยุติไปในที่สุด ส่วนภาพไปทำบุญที่นครศรีธรรมราช เจ้าตัวยืนยันว่าไปจริง และไม่ได้หายไปไหน ยังคงทำงานปกติที่ศูนย์ราชการฯ

เส้นทาง "บิ๊กโจ๊ก" ในวันที่ไม่หวานเจี๊ยบ


หลังจากนั้นชื่อของ "บิ๊กโจ๊ก" จึงเงียบหายไปอีกครั้ง กระทั่งคืนวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา หลังปีใหม่หมาดๆ ได้มีคนร้ายลอบยิงรถส่วนตัวของเขา ขณะจอดอยู่ที่หน้าร้านนวดแห่งหนึ่งบนถนนสุรวงศ์ แต่ขณะเกิดเหตุ พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ไม่ได้อยู่ในรถ ทำให้เกิดความสงสัยว่ามือปืนไม่รู้หรือว่าเป้าหมายไม่ได้อยู่ด้านใน แถมกระสุนยังเกาะกลุ่มที่มุมล่างประตู เหมือนไม่จงใจยิงให้ตาย
กลายเป็นเรื่องราวโจษขานวิจารณ์กันหนาหูอีกรอบ สมราคา "บิ๊กโจ๊ก" อดีตนายตำรวจคนดังแห่งยุค

เส้นทาง "บิ๊กโจ๊ก" ในวันที่ไม่หวานเจี๊ยบ

เส้นทาง "บิ๊กโจ๊ก" ในวันที่ไม่หวานเจี๊ยบ

ข่าวล่าสุด