เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 63 นายสำเริง สุนทรแสง เกษตรกรปลูกทุเรียน ใน ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี กล่าวได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเค็มรุก ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 วัดค่าความเค็มของน้ำในขณะนั้นพบว่ามีค่าความเค็มสูงอยู่ที่ประมาณ 1 กว่า ppt(กรัมต่อลิตร) จึงปิดไม่ให้น้ำเข้ามา ในส่วนของน้ำที่ขังอยู่ในท้องร่อง เมื่อน้ำเริ่มลดลงเรื่อยๆ ค่าความเค็มพุ่งสูงถึง 6 ppt แม้จะไม่ได้นำน้ำในท้องร่องมารดต้นไม้ แต่รากของทุเรียนก็ดูดซึมน้ำขึ้นมา ส่งผลให้ใบทุเรียนบางส่วนเริ่มแห้งเหลือง และให้ผลผลิตน้อย
นายสำเริง กล่าวว่า นำน้ำประปามาลดต้นทุเรียน เพื่อน้ำเค็มรุก โดยเฉพาะในปีนี้ที่ฤดูแล้งมาไวกว่าปกติ ซึ่งตนกังวลถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว เพราะช่วงเวลาที่ต้นทุเรียนจะเจริญเติบโตนั้นใช้ระยะเวลาตั้งแต่เดือนธันวาคม-พฤษภาคม ซึ่งยังเหลืออีกหลายเดือนที่ต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ และน้ำเค็มรุก
นอกจากนี้ยังได้เสนอไปยังที่ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกในจังหวัดนนทบุรีว่า เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นั้นอาจจะล่าช้าเกินไป อยากให้มีการพยายามหาแหล่งน้ำดิบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรก่อน รวมทั้งยังแนะนำกลุ่มเพื่อนเกษตรกรด้วยกันว่าในช่วงที่มีน้ำเค็มรุก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมี เพราะว่าปุ๋ยเคมีจะยิ่งเพิ่มค่าความเค็มของน้ำ
ด้านนายประหยัด ไชยสิทธิ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยถึงข้อสรุปเบื้องต้นว่า ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี ได้รับมอบหมายให้ สำรวจเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเค็ม และได้มีการรวบรวมรายชื่อ อยู่ที่ประมาณ 200 กว่าราย ซึ่งเป็นเกษตรกรสวนทุเรียนอยู่ที่ประมาณ 80% และอาจจะมีการแจ้งความจำนงเพิ่มเติมอีก เพราะปัจจุบันมีเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีอยู่กว่า 270 ราย ซึ่งตอนนี้ได้ทำหนังสือถึงทางชลประทานแล้ว และทางการประปานครหลวงแล้ว ซึ่งทางการประปาฯ จะเป็นหน่วยงานหลักในการให้ความช่วยเหลือ คือการลดหย่อนค่าน้ำประปา หากเกษตรกร ใช้น้ำประประปาเกิน 50 คิว จะมีการคิดอัตราคงที่ 10 บาท 50 สิบสตางค์ โดยขณะนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้สั่งการให้เร่งสำรวจจุดจ่ายน้ำ ซึ่งตอนนี้มีการเปิดจุดจ่ายน้ำตามสาขาการประปา แต่ในส่วนของจุดจ่ายน้ำภายนอกที่จะต้องตั้งอยู่ในถนนเส้นหลัก ต้องมีการไปสำรวจว่าจุดจ่ายน้ำแต่ละจุดว่า ค่าคุณภาพของน้ำสามารถใช้การได้ จุดใดบ้างเพื่อให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. และอบต.ต่างๆ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีอุปกรณ์ในการไปรับน้ำมาช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำใช้ในการเกษตร