กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า กัสเซม โซไลมานี่ ผู้บัญชาการกองกำลัง "คุดส์" ในสังกัดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน กับอาบู มาห์ดี อัล-มูฮันดีส์ ผู้บัญชาการกองกำลังระดมประชาชน หรือ PMF ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลัง และอยู่เบื้องหลังการโจมตีสถานทูตสหรัฐฯในกรุงแบกแดด เสียชีวิตพร้อมกับคนอื่นๆ รวม 8 คน หลังรถยนต์ที่พวกเขาโดยสารกับคนอื่นๆ รวม 8 คน ถูกขีปนาวุธของสหรัฐฯ โจมตีที่สนามบินนานาชาติแบกแดด ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จนไม่เหลือซาก และหลังทราบข่าว ทรัมป์ซึ่งอยู่ที่ "มาร์-อา-ลาโก" ได้โพสต์รูปธงชาติสหรัฐฯ โดยปราศจากคำบรรยายใดๆ
ด้าน อิหร่านได้เรียกการโจมตีครั้งนี้ว่า "การก่อการร้ายสากล" และ "เพิ่มระดับความโง่" และสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบต่อผลที่ออกมาทั้งหมดจากการกระทำเยี่ยงอันธพาลในครั้งนี้
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า โซไลมานี่กำลังพัฒนาแผนการโจมตีนักการทูตและเจ้าหน้าที่อเมริกันในอิรัก และทั่วทั้งภูมิภาค เขาอยู่เบื้องหลังการโจมตีฐานทัพของกองกำลังผสมในอิรักตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งที่สถานทูตล่าสุดด้วย
การโจมตีครั้งนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนในตะวันออกกลาง จากการที่สหรัฐฯกับอิหร่านจวนเจียนจะเข้าสู่สงครามกันหลายครั้ง โดยคาดว่าอิหร่านจะตอบโต้อย่างสมศักดิ์ศรี รวมทั้งเหล่าพันธมิตรนิกายชีอะห์ก็อาจเล่นงานผลประโยชน์ของสหรัฐฯกับอิสราเอลในภูมิภาคด้วย แม้สมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคน จะประนามโซไลมานี่ แต่ก็เตือนว่าการสังหารเขาอาจจุดชนวนสงคราม และตำหนิทรัมป์ที่บุ่มบ่ามไม่ขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสส์ก่อน
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านล่าสุด มีที่มาจากการที่ชาวอเมริกันที่ทำงานให้กับบริษัทคู่สัญญาของรัฐบาลสหรัฐฯในเมืองเคอร์คุกของอิรักถูกกลุ่มติดอาวุธ "คาเต็บ ฮิซบุลเลาะห์" ที่ฝักใฝ่อิหร่านสังหาร ทำให้สหรัฐฯตอบโต้ด้วยการถล่มทางอากาศต่อที่มั่นของกลุ่มนี้ ในเมืองอล-กาอิม เมื่อวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คน เจ็บราว 50 คน ก่อนที่สถานทูตสหรัฐฯ จะถูกฝูงชนราว 6 พันคน บุกโจมตีเมื่อวันจันทร์ จนต้องเสริมกำลังนาวิกโยธินและทรัมป์ออกคำสั่งปลิดชีพผู้บัญชาการอิหร่านล่าสุด