มีคนถามว่าที่บาทแข็งแสดงว่าเศรษฐกิจต้องดีไม่ใช่หรือ คำตอบคือไม่ใช่เสมอไป และตอนนี้ไม่ใช่แน่นอน - เหตุผลหลักที่บาทแข็งเป็นเพราะดุลบัญชีเดินสะพัดเราเกินดุลอย่างมาก ซึ่งล่าสุดเดือนพฤศจิกายนเราเกินดุล 3.4 พันล้านดอลลาร์ ทั้งๆที่การส่งออกติดลบกว่า 7% ซึ่งเป็นเพราะการนำเข้าเราลดลงมากกว่า คือกว่า 9% ซึ่งเป็นสัญญาณไม่ดีเพราะที่ลดหนักที่สุดคือการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ และก็สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะยานยนต์ลดลงกว่า 21% เทียบกับปีที่แล้ว
การใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเราลดลงเหลือเพียง 63.2% ซึ่งตํ่ามาก และการบริโภคภายในประเทศก็ลดลง ที่น่าจะเป็นตัวช่วยเร็วๆนี้คือการใช้เงินภาครัฐ เพราะปีนี้งบประมาณออกช้า จึงทำให้เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาการใช้งบรัฐลดลงเกือบ 30% จากปีก่อนหน้านี้ อาทิตย์หน้างบปี 63 ก็จะผ่านแล้วสถานการณ์น่าจะดีขึ้น แต่ปัญหาคืองบส่วนใหญ่เป็นงบรายจ่ายประจำ อิมแพคจริงๆจึงค่อนข้างน้อยเราโทษเรื่องเศรษฐกิจโลก/สงครามการค้า ฯลฯ ได้ แต่เราต้องยอมรับว่าปัญหาทั้งหมดไม่เป็นเพียงเพราะเงื่อนไขจากภายนอก ถ้าเป็นเช่นนั้นประเทศอื่นก็ควรมีปัญหาเหมือนเรา แต่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเราช้ากว่าเกือบทุกประเทศเพื่อนบ้านเรา
ผมเชื่อว่าปัญหาเราเป็นปัญหาโครงสร้างที่ยังไม่มีใครแก้ไขจริงจัง โครงสร้างนี้ทำให้การพัฒนา อำนาจ และการเข้าถึงทรัพยากรกระจุกตัว คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องแก้ตรงนี้โดยเร็วครับ จึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดนวัตกรรม และเกิดการลงทุน ผมเอาใจช่วยรัฐบาลนะครับ มีรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่มีแนวคิดที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผมอยากจะเห็น