ความคืบหน้าล่าสุด สายวันนี้ ที่ สถานีตำรวจนครบาลคลองตัน พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อม พลตำรวจตรี สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล5 พันตำรวจเอก ฤทธี ปานดำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน ร่วมกันสอบปากคำ นายสมรัก เอี่ยมพันธ์ อายุ 23 ปี และ นายกฤษฎา โชติสมบูรณ์รัตน์ อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมกันชิงทรัพย์ชายชาวญี่ปุ่น พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ทะเบียน 7 กบ 244 กทม.และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ ภายหลังติดตามจับกุมได้ภายในซอยสุขุมวิท101/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ก่อนคุมตัวสองคนร้ายไปชี้จุดเกิดเหตุ
พลตำรวจโท ภัคพงศ์ กล่าวว่า นายฮิโรทากะ ได้แจ้งความกับตำรวจ สน.คลองตัน ว่าถูกสองคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบข้าง ก่อนใช้อาวุธมีดทำร้ายได้รับบาดเจ็บ และชิงทรัพย์สินหลบหนีไป ตำรวจจึงไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนพบเส้นทางการหลบหนีมายังซอยวชิรธรรมสาธิต หรือสุขุมวิท 101/1 จึงนำกำลังมาเฝ้าสังเกตการณ์ จนพบตัวสองคนร้าย ตำรวจจึงแสดงจับกุมก่อนนำกำลังไปตรวจค้นหาของกลางที่บ้านพักของทั้งสอง และควบคุมตัวสอบสวนที่ สน.คลองตัน
พลตำรวจโท ภัคพงศ์ กล่าวต่อว่า นายสมรัก รับว่าตนมีอาชีพเป็นการ์ดในผับดังย่านทองหล่อแต่อยากได้เงินเพิ่ม ส่วนนายกฤษฎา ไม่มีอาชีพ แต่รู้จักกันในฐานะเพื่อนรุ่นน้อง และก่อนเกิดเหตุตนได้ร่วมกันเสพยาโปรโคดิลจนเกิดความคึกคะนองและชวนกันตระเวนขับขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนน เมื่อพบชาวญี่ปุ่นจึงก่อเหตุชิงทรัพย์ แต่เหยื่อขัดขืน ทำให้นายสมรักต้องใช้มีดที่พกมาทำร้ายร่างกายเพื่อหวังเอาทรัพย์สิน ทั้งนี้ เงินที่ได้มาก็นำไปเล่นเกมออนไลน์ ซื้อยาเสพติดมาเสพ และซื้อทองคำหนัก 50 สตางค์ มาใส่โชว์กลุ่มเพื่อน ส่วนสาเหตุที่เลือกเหยื่อชาวต่างชาตินั้น เพราะเข้าใจว่าเหยื่ออาจมีทรัพย์สินมาก และอาจไม่แจ้งความดำเนินคดีเพราะไม่คุ้นเคยสถานที่ จึงอาจไม่ทันระวังตัว