27 ธ.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพการจราจรบนถนน 304 ปราจีนบุรี - นครราชสีมา มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด การจราจรยังคงคล่องตัว มีชะลอตัวบ้างเล็กน้อย บริเวณทางแยกและปั๊มน้ำมันต่างๆ และจุดที่มีการขยายเส้นทางก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ
ถนนสาย 304 นับว่าเป็นถนนหนึ่งใน 47 เส้นทางที่กรมทางหลวงประกาศเตือนเป็นเส้นทางเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากเป็นทางลาดชัน
มาตรการเข้มงวดของตำรวจและกรมการขนส่งทางบกในแต่ละอำเภอที่ถนนเส้นนี้ตัดผ่าน ตั้งแต่ อ.กบินทร์บุรี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี อ.วังน้ำเขียว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการเข้มตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ขับขี่รถยนต์บนเส้นทางสาย 304 และยังจับ-ปรับรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่วิ่งบรรทุกขนส่งตั้งแต่ วันนี้ 27 ธ.ค.2562 ถึง 3 ม.ค.2563
โดยบ่ายวันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันพรุ่งนี้ (28 ธ.ค. 62) ปริมาณรถจะหนาแน่นมากขึ้น เนื่องจากวันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้าย มีประชาชนบางส่วนที่ตัดสินใจกลับบ้านคืนนี้ อย่างไรก็ตามการเดินทางในช่วงเวลากลางคืนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ขอให้ประชาชนเผื่อเวลาเดินทาง วางแผนและเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะการตรวจสภาพรถยนต์ ส่วนคนขับรถควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง
ต่อมาเวลา 16.00 น. บริเวณ บริเวณเขตรอยต่อ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่จุดบริการประชาชนของกรมทางหลวง มีรถเมล์จอดเสียอยู่ข้างทาง ผู้โดยสารจำนวนหลายสิบคน ต้องรอการเปลี่ยนรถ ล่าสุดผู้โดยสารกลุ่มนี้สามารถเดินทางกลับบ้านได้แล้ว หลังจากที่กรมทางหลวงประสานให้มีการเปลี่ยนรถ
ในส่วนของรถยนต์ประชาชนทั่วไปที่เดินทางกลับบ้านตลอดเส้นทาง พบว่ามีรถยนต์บางคันจอดเสีย สาเหตุหม้อน้ำแห้ง น้ำมันหมดหรือมีปัญหาทางเทคนิคต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจช่าง สภ.วังขอนแดง และ จนท.ทางหลวง ตะเวนตรวจสอบ และซ่อมแซมให้รถ ขับต่อไปได้ เพื่อไม่ให้เกิดการจราจรติดขัด
นายอติชาติ บุญยัง ผอ.แขวงทางหลวงปราจีนบุรี บอกว่า ยิ่งเย็นรถก็จะยิ่งหนาแน่นมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่จะพิจารณาเปิดช่องทางพิเศษในช่วงเวลาที่รถหนาแน่น เปิดเลนฝั่งขาล่องเป็นจาขึ้น ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
ด้านนายวชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย ผู้สื่อข่าวคุณภาพชีวิต และคอลัมนิสต์ www.nationtv.tv ระบุในบทความ "เทศกาลกลับบ้านปีใหม่ ที่ใครๆก็บอกว่าต้องประหยัด" ว่า อาจมีรถคันใดคันหนึ่ง ที่การกลับบ้านครั้งนี้คือการกลับภูมิลำเนาอย่างถาวร ด้านหนึ่งอาจเป็นความรู้สึกที่ดีเพราะกลับบ้านไปใข้ชีวิตอย่างเดิม จะมีต้นทุนน้อยกว่าในนิคมอุตสาหกรรม ในเมืองใหญ่ แต่มันก็มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย ที่เพิ่งพารายได้จากการทำเกษตรกรรม หรือหางานทำในต่างจังหวัด
เศรษฐกิจที่ชะลอตัว โรงงานหลายแห่งปิดกิจการ บางแห่งลดเงินเดือน เนื่องจากลดกำลังการผลิต ตัดโอที รายได้ครัวเรือนเริ่มลดลง เมื่อคำนวณรายรับ-รายจ่ายดูแล้ว การอยู่ในเมืองอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากกว่ารายรับ .. การกลับบ้านจึงเป็นทางเลือก?
"วชิรวิทย์รายวัน" ได้รับมอบหมายให้มารายงานบรรยากาศการจราจรบนถนน 304 มันเป็นการรายงานบรรยากาศส่งท้ายปีเหมือนอย่างทุกๆปี เส้นทางกลับบ้านบนถนนสาย 304 เป็นบริบทของกลุ่มคนภาคอีสานที่มาทำงานในพื้นที่ภาคตะวันออก ส่วนใหญ่จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมแถวชลบุรี ระยอง พื้นที่ EEC ที่คนอีสานย้ายถิ่นมาทำงานที่นี่เป็นจำนวนมาก จึงไม่แปลกใจเลยที่แต่ละปีจะมีปริมาณรถหนาแน่นบนถนนเส้นนี้
ปริมาณรถหนาแน่นเป็นสภาพจราจรที่เหมือนกันทุกปี ที่ต่างออกไปนั่นคือความรู้สึกของผู้คน ที่ได้ไปพูดคุยด้วย ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "เศรษฐกิจไม่ดี และต้องรัดเข็มขัดประหยัดเงิน"
ในปีก่อนๆการเฉลิมฉลอง แต่ละบ้านอาจทุ่มเงินจำนวนมากไปเพื่อการพักผ่อนการ ดื่มสังสรรค์ มีเงินทองเหลือเฟือที่จะได้เสพความสุขร่วมกัน ในช่วงเทศกาลและบรรยากาศเช่นนี้ แต่ปีนี้อาจไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีงบประมาณจำกัด
ในทางกลับกันการกลับบ้าน คือการกลับไปเอาทรัพยากรต่างๆที่บ้านกลับมาใช้ดำรงชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ ที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด ดังที่ได้เห็นการแบกข้าวสาร ข้าวเหนียว กลับมา เป็นต้น
"กลับบ้าน" เป็นคำที่อบอุ่น แต่ "กลับบ้าน" ในชีวิตจริงของมนุษย์เงินเดือน และแรงงานลูกจ้างต่างๆ คือภาระ ค่าใช้จ่าย