เนชั่นทีวี

ข่าว

กนอ.จับมือ JICA นำร่องโครงการรับมือน้ำท่วม

27 ธ.ค. 2562 | rattana

กนอ.จับมือ JICA นำร่องโครงการรับมือน้ำท่วม

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ผนึกกำลัง JICA ร่วมกับ บริษัท ชิชิบุ เคมิคัล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น พัฒนานวัตกรรมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทย ป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจอุตสาหกรรม สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ติดตามจากรายงาน

ปัจจุบันชุมชนเมืองมักเกิดปัญหาไม่สามารถระบายน้ำได้ทันเมื่อเกิดฝนตกหนัก เนื่องจากการปรับพื้นดินให้หนาแน่นด้วยคอนกรีตหรือถนนลาดยาง ส่งผลให้พื้นดินมีรูพรุนน้อยและมีประสิทธิภาพซึมซับน้ำฝนลดลง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ผนึกกำลัง JICA ร่วมกับ บริษัท ชิชิบุ เคมิคัล จำกัด ประเทศญี่ปุ่น พัฒนานวัตกรรมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทย ป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจอุตสาหกรรม สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน เดินหน้าเปิดโครงการสาธิตนำร่องเพื่อการวิจัยก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำฝนใต้ดินด้วยโครงสร้างวัสดุพลาสติก (Plastic Rainwater Storage Structure : PRSS) แห่งแรก ณ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง
โครงสร้างพลาสติกกักเก็บน้ำฝนในโครงการนี้ ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลน้ำหนักเบา มีลักษณะเป็นแผงติดตั้งไว้ใต้ดิน สามารถเพิ่มจำนวนชั้นได้สูงสุด 10 ชั้น เพื่อเป็นภาชนะกักเก็บน้ำฝนชั่วคราว สามารถเก็บน้ำไว้ในโครงสร้างพลาสติกได้ถึง 95% ของปริมาตรทั้งหมด โดยไม่ทำลายวัฏจักรของน้ำ และมีอายุใช้งานนานถึง 50 ปี สามารถนำมาใช้ได้ทั้งพื้นที่อุตสาหกรรม และเขตที่อยู่อาศัย
ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมจิณณ์ พิลึก เผยว่า วิกฤตอุทกภัยถือเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นทุกปีในประเทศไทย กนอ.ในฐานะหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่บริหารจัดการดูแลนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ตระหนักถึงความเร่งด่วนของปัญหานี้ จึงมีแนวคิดหาวิธีป้องกันปัญหาน้ำท่วมแบบยั่งยืน และให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ลาดกระบัง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญขนาดใหญ่ของประเทศ ผู้อำนวยการองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JICA คัตสึระ มิยาซากิ เผยว่า มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันโครงการความร่วมมือทางวิชาการนี้ให้เกิดขึ้น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจะช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้จากภาคเอกชนญี่ปุ่นมาสู่ไทย จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานวัตกรรมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ตามแนวทางการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติ โดยโครงการศึกษาวิจัยนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 และจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2564
ทั้งนี้ โครงสร้าง Plastic Rainwater Storage Structure หรือ PRSS แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ตามลักษณะการทำงาน คือ 1. โครงสร้างจัดเก็บแบบซึมน้ำ เมื่อน้ำฝนถูกเก็บไว้ภายใน จะค่อยๆ ปล่อยน้ำออกมาแทรกซึมเข้าไปในชั้นพื้นดิน สามารถช่วยเติมน้ำใต้ดินแก่พื้นที่ที่มีปัญหาดินทรุดจากการขุดเจาะน้ำบาดาล และชะลอการทรุดลงของพื้นดิน 2. โครงสร้างจัดเก็บแบบไม่ซึมซับน้ำ นอกจากจะสามารถกักเก็บน้ำฝนไว้ภายในช่วยป้องกันน้ำท่วมได้แล้ว ยังสามารถนำน้ำฝนใต้ดินเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย เช่น รดน้ำต้นไม้ ซักล้าง ฯลฯ
ส่วนพื้นที่ที่มีการติดตั้งโครงสร้าง PRSS ยังสามารถใช้สอยให้เกิดประโยชน์ด้านอื่นได้อีก เช่น เป็นที่จอดรถ ลานสันทนาการ และยังมีข้อดีอีกหลายประการคือ ติดตั้งได้ง่าย รวดเร็ว และใช้เครื่องจักรในการก่อสร้างน้อย
ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวมีผลลัพธ์ที่ดีในการช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ก็อาจจะมีการนำไปขยายผลติดตั้งใช้งานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมต่อไป ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีต่อพื้นที่อุตสาหกรรม แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อชุมชนใกล้เคียงอีกด้วย

ข่าวล่าสุด