26 ธ.ค. 62 - จากกรณีเกษตรกรชาวสวนส้มใช้ยาปฏิชีวนะแอมพิซิลลินฉีดเข้าลำต้นเพื่อรักษาโรคกรีนนิ่งส้ม หรือต้นโทรมและรากเน่า จนทำให้เกิดแบคทีเรียดื้อยาปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหารเป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของเกษตรกร
ล่าสุดทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้การสนับสนุนจาก สกสว. ร่วมกับผู้ประกอบการสวนส้มปางเสี้ยว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ร่วมแลกเปลี่ยนผลการวิจัยโครงการไร่ส้ม โดย ศ.ดร. ชัยวัฒน์ โตอนันต์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากเกิดโรคให้ส้มทำให้เกษตรกรตัดต้นส้มทิ้ง จนพื้นที่ปลูกส้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากพื้นที่ อ.ฝาง แม่อาย และไชยปราการ เคยมีพื้นที่ปลูกส้มกว่า 500,000 ไร่เหลือเพียงกว่า 20,000 ไร่
การฉีดสารปฏิชีวนะแอมพิซิลลิน เข้าสู่ลำต้นส้มช่วยให้ต้นส้มฟื้นจากอาการต้นโทรมได้ชั่วคราว โดยสารแอมพิซิลลินออกฤทธิ์ในเวลา 3 เดือน สามารถแตกกิ่งก้านที่มีใบสีเขียวเข้มออกดอกและผลได้ แต่แล้วต้นส้มจะเริ่มแสดงอาการทรุดโทรมอีกครั้ง จนเกษตรกรต้องฉีดยาปฏิชีวนะซ้ำทุก ๆ 3 เดือน จากการสำรวจ พบว่าสภาพดินของต้นส้มที่ได้รับสารแอมพิซิลลิน มีความเป็นกรดสูง และยังพบอาการโรค รากเน่าโคนเน่าอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าจะมีต้นเขียวสด แต่รากยังเน่า นั่นหมายความว่ายาปฏิชีวนะไม่ได้ช่วยให้ต้นส้มสู้กับโรคกรีนนิ่ง
ด้านผศ.ดร.ภก.เฉลิมพงษ์ แสนจุ้ม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังวิจัยและพัฒนาสารจุลินทรีย์ธรรมชาติขึ้นมา บางตัวเป็นจุลินทรีย์ และบางตัวสกัดจากเปลือกหอยเปลือกปู และนำมาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบางอย่างที่มีฤทธิ์ในการแก้ปัญหาโรคในส้ม เพื่อทดแทนการใช้ยาแอมพลิซิลิน โดยคาดหวังจะหาสารทางเลือก เบื้องต้นเริ่มได้สูตรโครงสร้างจากสารชนิดหนึ่ง เช่น คีโตเมียม เป็นต้น จึงเริ่มเดินหน้าหาสูตรยาแบบคอกเทล 3-4 ชนิดมาอยู่ในตำรับเดียวให้กับเกษตรกรนำไปใช้ทดแทน ครอบคุมทุกโรค เป็นความร่วมมือของคณะเกษตรศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ มช. และเจ้าของสวนส้มปางเสี้ยว ที่ให้ดินที่แปลงทดสอบสวนส้ม แต่ยังเป็นเพียงโครงสร้างสารสูตรเดียว ยังอยู่ระหว่างการรวมสูตรคอกเทลยาตัวใหม่ ซึ่งคาดว่าอีก 1 ปี จะได้เป็นยาสูตรใหม่จากธรรมชาติ
ขณะเดียวกันงานวิจัยในโครงการไร่ส้มคณะวิจัยได้วางแนวทางแก้ปัญหาออกเป็น 3 แนวทาง คือ 1) การแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของดิน โดยการเพิ่มอินทรียวัตถุ และปรับสภาพความเป็นกรด - ด่างของดินให้มีความเหมาะสม (pH 6.5 - 7.0) และส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรเพื่อให้ใช้สารเคมีอย่างระมัดระวัง 2.การรักษาโรครากเน่าโคนเน่าด้วยการใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ ต่างๆ เพื่อควบคุมเชื้อราสาเหตุโรค การกระตุ้นภูมิต้านทานในต้นส้ม และการบำรุงต้นส้มให้มีระบบรากที่สมบูรณ์แข็งแรง และ 3) การรักษาโรคกรีนนิ่งส้ม ด้วยการกระตุ้นด้วยสารอิลิซิเตอร์ (Elicitor) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มไคติน - ไคโตซาน มีผลกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันภายในของพืช กระตุ้นการทำงานของยีนต้านทานโรคที่มีอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้ต้นส้มมีกลไกต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์สาเหตุโรค และลดการใช้สารปฏิชีวนะแอมพิซิลลินได้อย่างถาวร
นอกจากนี้การปลูกส้มในบ่อซีเมนต์จะช่วยควบคุมสภาพแวดล้อม ถือเป็นการป้องกันส้มไม่ให้เป็นโรค และการกำหนดปริมาณผลผลิตที่เหมาะสมกับทรงต้น จะช่วยให้ได้ส้มมีคุณภาพดี ราคาสูง สร้างรายได้ให้เกษตรกรต่อไป